วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สวดมนต์แปล๔




๒ ธัมมาภิถุติ
(ห้วหน้านำ)
หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เสฯ            เราทั้งหลายสวดสรรเสริญพระธรรมคุณกันเถิด
(รับพร้อมกัน)
โย โส สฺวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม                 พระธรรมอันใด อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว
สันทิฏฐิโก                                                       เป็นของอันบุคคลพึงเห็นเอง
อะกาลิโก                                                          เป็นของไม่มีกาลเวลา
เอหิปัสสิโก                                                       เป็นของจะร้องเรียกคนอื่นให้มาดูได้
โอปะนะยิโก                                                     เป็นของอันบุคคลพึงน้อมเข้ามาใส่ใจ
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ                            เป็นของอันวิญญูชนทั้งหลายพึงรู้ได้เฉพาะตัว
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ                           ข้าพเจ้าบูชาโดยยิ่ง ซึ่งพระธรรมอันนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิฯ                     ข้าพเจ้านอบน้อมซึ่งพระธรรมอันนั้น ด้วยเศียรเกล้า
 (กราบระลึกถึงพระธรรมคุณ)

สวดมนต์แปล ๓



๑ พุทธาภิถุติ
(หัวหน้านำ)
หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เสฯ           เราทั้งหลายสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้ากันเถิด
โย โส ตะถาคะโต                                             พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด
อะระหัง                                                           เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ควรไหว้ควรบูชา
สัมมาสัมพุทโธ                                                เป็นผู้รู้ชอบเอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน                                   เป็นผู้บริบูรณ์แล้วด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต                                                             เป็นผู้ไปดีแล้ว
โลกะวิทู                                                           เป็นผู้ทรงรู้โลก
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ                        เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง                                   เป็นผู้สอนเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ                                                               เป็นผู้เบิกบานด้ว
ภะคะวา                                                           เป็นผู้จำแนกธรรม
โย                                                                    พระองค์ใด
อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง                     ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนโลกนี้
สะพฺหรห์มะกัง,                                               กับทั้งเทวดามารพรหม และหมู่สัตว์
สัสสะมะณะพฺราหฺมะนิง ปะชัง สะเทวะ          พร้อมทั้งสมณพราหมณ์
มะนุสสังสะยัง อะภิญญา                                 และเทวดามนุษย์
 สัจฉิกัตฺวา ปะเวเทสิฯ                                     ให้รู้ตาม
โย                                                                    พระองค์ใด
ธัมมัง เทเสสิ                                                    ทรงแสดงแล้วซึ่งธรรม
อาทิกัลยาณัง                                                    ไพเราะในเบื้องต้น
มัชเฌกัลยาณัง                                                 ไพเราะในท่ามกลาง
ปะริโยสานะกัลยาณัง                                       ไพเราะในที่สุด
สาตถัง สะพฺยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง       ทรงประกาศพรหมจรรย์  พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้ง
ปะริสุทธัง พฺรหมะจะริยัง ปะกาเสสิ                พยัญชนะอันประเสริฐบริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง

ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ                 ข้าพเจ้าบูชาโดยยิ่ง ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                                                                        ด้วยเศียรเกล้า.
(กราบ ระลึกถึงพระพุทธคุณ

สวดมนต์แปล๒



เพิ่มใหม่
(หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส)
(หันทะทานิ มะยันตัง ภะคะวันตัง วาจายะ      เชิญเถิด บัดนี้เราจงทำการนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า
อะภิตุง ปุพพะภาคะ นะมะการัง กะโรมะ เสฯ  นั้นอันเป็นส่วนเบื้องต้นเพื่อขับสรรเสริญด้วยวาจา)
(รับพร้อมกัน)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต                                   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ             อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น
( ๓ ครั้ง)

สวดมนต์แปลแก้ไข ๒๕๕๖-๑


ทำวัตรเช้า (แก้ยึดของวัดมกุฏฯเป็นหลัก)
ปุพพภาคนมะการ
เมื่อเข้าประชุมพร้อมกันแล้ว เวลาผู้เป็นหัวหน้าทำสักการะ พึงนั่งคุกเข่าประณมมือ  ครั้นเสร็จแล้ว ผู้เป็นหัวหน้าพึงกล่าวคำอภิวาทนำดังต่อไปนี้
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา                    พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ไกลจากกิเลสตรัสรู้เองชอบ
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิฯ                      ข้าพเจ้าอภิวาทกราบไหว้พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น
(กราบ ๑ ครั้ง)
สฺวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม                           พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว
ธัมมัง นะมัสสามิฯ                                           ข้าพเจ้านมัสการกราบไหว้พระธรรมนั้น
(กราบ ๑ ครั้ง)
สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ             พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิฯ                                               ข้าพเจ้านอบน้อมกราบไหว้พระสงฆ์นั้น
(กราบ ๑ ครั้ง)
หัวหน้าว่าคำบูชา
ยะมัมหะ โข มะยัง ภะคะวันตัง สะระณัง         เราเป็นผู้ถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดว่าเป็นสรณะ
คะตา(อุทิสสะ ปัพพะชิตา ) โย โน ภะคะวา     พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นศาสดาของเรา และ
สัตถา,ยัสสะ จะ มะยัง ภะคะวะโต ธัมมัง         เราชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด   
โรเจมะ, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง          เราตั้งใจบูชาซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น พร้อมสะสัทธัมมัง สะสาวะกะสังฆัง อภิปูชะยามะฯ      ทั้งพระธรรม พร้อมทั้งพระสงฆ์ ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้
 (หัวหน้านำ)

ทางข้างเหว

ทางที่คดเคี้ยว ทางซ้ายก็เป็นเหวลึก คนวัญอ่อนไม่กล้ามอง ธรรมชาติสร้างมาเพื่อให้ผู้คนรู้จักอดทน รู้จักที่สูงที่ต่ำ ถ่ายจากดอยแขม ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ขึ้นดอยต่อไป xishuangbanna,china

มองออกไปตามข้างทางจะเห็นดอยสูงขซึ่งเราจะต้องปีนป่ายกันต่อไป ถ่ายบนดอยสู฿ง ม,ฑณยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
mountain,high mountain,forest in xishuangbanna,yunnan ,china

หมู่บ้านกลางดอย

หมู่บ้านกลางดอย มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

หนุ่มยอดดอย

เด็กน้อยชาวเาควบสองล้อสวนลงมาจากยอดดอย ดูแล้วก็น่ากลัว แต่เขาคงจะมีความชำนาญแล้ว ดูปากที่เม้มก็แสดงว่าเครียดเหมือนกันนะ แม้แต่จะเกิดและเติบโตมาบนดอยก็ตาม ถ่ายจากยอดดอย ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ความชันของทาง

นี่คือความชันของทางบนดอยสูง ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ดอยสูงชัน

ความลาดชันของทางขึ้นดอย ในบางครั้งถ้ามีเหวอยู่ใกล้ๆจิตใจก็หวั่นวาดเหมือนกัน แต่ก็มาคิดว่าทำไมพวกชาวเาเาอยู่กันได้ เราก็น่าจะอยู่กันได้เช่นกัน บันทึกจากดอยสูงมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ชีวิตบนดอยสูง

ชีวิตบนดอย จะไปไหนมาไหนก็จต้องอาศัยไม้เท้าคอยพยุงยามพลั้งพลาด โบราณมักจะพูดเปรียบเทียบเสมอว่า "ไม้เท้าดีกว่าลูกอกตัญญู"บันทึกบนดอยสูง มณฑ,ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ไร่ข้าวโพด

จากไร่กล้วยเราก็ผ่านไร่ข้าวโพดของเมืองจีนในมณฑลยูนนาน สองข้างทางที่เต็มไปด้วยป่าและเขาที่พระอาจารย์นำพาพวกเราให้ดั้นด้นมาด้วยความเมตตาต่อผู้คนแห่งยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

นาจีน

นาในที่ราบลุ่มเชิงเขาแห่งยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ชีวิตชาวดอย

วิถีชีวิตของผู้คนที่ีอาศัยอยู่ตามดอยสูง ก็จะมีลักษณะเช่นนี้ แต่ทว่าพวกเขาก็มีความพึงพอใจในสภาพแวดล่อมแบบนี้ สมกับคำว่าที่ว่าสุขอยู่ที่ใจ บันทึกภาพนี้ระหว่างทางขึ้นสู่ดอยสูงนามว่าดอยแขม ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เริ่มต้นขึ้นสู่ดอยแขม

ออกจากเมืองลองมา หากมาถึงจุึดนี้ ทางเริ่มลาดชันขึ้นไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าสูดอยสูงที่เรียกกันว่าดอยแขม มณพ,ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ส้มจีน

ส้มจีน นับเป็นผลิตผลทางเกษตรของจีนที่ออกมามากกระจายไปทั่วดินแดน พร้อมขยายส่งออกไต่างประเทศโดยอาศัยลำน้ำโงจากเชียงรุ่งสู่เชียงแสนของไทย นับวันปริมาณแห่งการค้าขายนีร้จะได้เพิ่มทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ บันทึกจากหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างเมืองเชียงรุ่งกับเมืองลอง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ไร่กล้วยเมืองจีน

ไร่กล้วยหอมกว้างใหญ่สุดลูกตาในที่ราบระหว่างเมืองเชียงรุ่งและเมืองลอง ผลิตผลการเกษตรนี้ได้มีการนำส่งสู่โรงงานในเมืองหลวงคุนหมิง บางส่วนก็ส่งออกนอกสู่ประเทศไทย

ประตูวัดประตูเมือง

ประตูวัด กับประตูเมืองที่เมืองจีนจะสร้างในรูปแบบเดีรยวกันอย่าางที่เห็น ภาพนี้บัีนทึกในเส้นทางจากเชียงรุ่งสู่เมืองลอง ยูนนาน สาะารณรัฐประชาชนจีน

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อีแต๋นจีน

รถอีแต๋นเมืองจีน ไม่ว่าไทยหรือจีน รถอีแต๋นนับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของเกษตรกรที่ใช้งานแบบเอนกประสงค์ แต่วิธีการทำและใช้งานอาจจะดัดแปลงผิดแผกแปตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้น ภาพนี้บันทึกไว้ในเส้นทางจากเมืองเชียงรุ่งสูเมืองลอง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน