สาระธรรมเพื่อชาวพุทธ buddha dhamma for all .....วัดพระธรรมจักร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี tel. 081-7629912 ......blog master: Somlak wanyo กรรมการที่ปรึกษาและผู้ประสานงานประจำประเทศไทย วัดญาณรังษี สหรัฐอเมริกา tel. 081-8307986 email: hs4dor@gmail.com ท่านที่ต้องการแปลบทความเหล่านี้เป็นภาษาต่างๆ โปรดเลือกแปลได้ที่ "แปลข้อความ" ทางหน้าเพจนี้ anyone who want to translate this blog to your own language,please do it at the end ot this page below
วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
สองครูบาพาดั้นด้นดอยสูง
พระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศ จูงมือพระอาจารย์วิชัยขึ้นดอยไป ทั้งที่อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าเหนือยมากใจจะขาดแล้่ว อีกฝ่ายหนึ่งก็รีบเร่งฉุดดึงไปข้างหน้าไม่ยอมหยุด ท่านผู้เจริญทั้งหลายมองดูเอาก็แล้วกันว่าบรรยากาศเป็นเช่นไร อันนี้คือชีวิตจริงไม่ใช่แสดงละคร มันเหนื่อยแทบขาดใจจริงๆ
บุกป่าฝาดงขึ้ยดอย
ทางขึ้นดอยที่พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์พาคณะศิษยาสนุศิษย์ขึ้นไป บางแห่งก็สูงชัน คดเคี้ยว เป็นหลุมเป็นบ่อ มองไปไกลๆ ยอดดอยเหล่านั้นแหละคือปลายทางที่จะปีนขึ้นไป ทางลำบากทุรกันดารมาก เพราะเหตุนี้เอง หลังจากกลับมาถึงเชียงรุ่งแล้ว ผมได้ปรารภกับพระอาจารย์ตุ๊เจ้าขงเจ้าอาวาสวัดเชียงป่้อมว่า ท่านอาจารย์ครับ การเดินทางลำบากมาก ท่านก็ตอบว่า ลำบากยังไม่เท่าไร ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว แสดงว่า ท่านอยู่ที่เชียงรุ่งก็๋เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเราอยู่เช่นกัน เพราะต้องบุกป่าฝ่าดงขึ้นดอยขึ้นเขาไป จะเรียกว่าเสี่ยงตายก็คงจะไม่เกินไปนักสำหรับการเดินทาง
วัดเมืองลอง
ถนนในเมิงโลง ที่เห็นหลังคาแหลมด้านบนคือวัดประจำเมิงโลง (เมิง - เมือง โลง - ลอง ) เมิงโลง (เมืองลอง) วัดตั้งอยู่บนเขา พระที่นี่ต้องทำงานทุกอย่างเอง เช่นขับรถบรรทุกน้ำเอง ทุกอย่างพระต้องทำเองหมด เพราะระบอบคอมมิวนิสต์ไม่สนัยสนันให้ผู้คนนับถือพระพุทธศาสนา เว้นแต่คนเฒ่่าคนแก่อยู่มาก่อนเกิดลัทธคอมมิวนิสต์ก็ยังคงเหมือนเดิม แต่คนหนุ่มสาวจะเปลี่ยนไปตามกาล
หม้อต้มเหล้า
หม้อกลั่นเหล้าแห่งเมืองเชียงรุ่ง มีกะทะอยู่ด้านล่าง ด้านบนหล่อน้ำเย็นไว้ มีอ่างรองรับไอน้ำที่กลั่นเป็นหยดลงแล้วไหลออกทางท่อมีภาชนะรองรับอยู่ด้านนอก สาเหตุที่พระอาจารย์ไปดูก็เพื่อจะนำแนวคิดนี้มาต้มยา
ลวดลายไทที่เมิงโล(เมืองลอง)
ได้มีการปรับพื้นที่ที่เมิงโลง (เมืองลอง) เพื่อสร้างโรงแรม แต่ยังไงก็ยังไม่ทิ้งลายไทอยู่ดีอย่างที่เห็น หลังคาที่มีช่อฟ้า ไบระกา รู้สึกว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของไทในบรรพกาลจวบจนถึงปัจจุบันไม่มีเปลี่ยนแปลงเลย เมืองลองตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อที่จะเข้าไปใกล้ชายแดนจีน พม่า จากเมืองลองแห่งนี้ รถที่จะไปยังเมืองเชียงขางจะต้องขอใบอนุญาสตผ่านแดน ทุกคันไป หากไม่มีใบอนุญาตก็จะไม่ยอมให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองออกไปยังชายแดนพม่าได้ แม้แต่ผู้คนที่ผ่านด่านนี้ก็ต้องมีใบอนุญาต ในกรณีที่ไม่มีรเอกสารหลักฐานอะไรเลย แต่าถ้าเป็นคตนไทลื้อ ซึ่งในเขตชายแดนมักจะไม่มีบัตรประชาชน จึงต้องให้เดินทางแบบหลบหนีรเข้าเมือง โดยเดินอ้อมไปทางหลังตึกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในป่าทมี่มีเหวลึก
ลงไปในเหวนั้นแล้วค่อยเดินขึ้นมาทางตรงข้าม ส่วนมากก็ทำกันแบบนั้น
ลงไปในเหวนั้นแล้วค่อยเดินขึ้นมาทางตรงข้าม ส่วนมากก็ทำกันแบบนั้น
จักรยานหาบของ
ชิวิตที่ต้องหาบต้องหาม ทำมาหากินด้วยความอดทนขยันหมั่นเพียร เคยเห็นแต่คนหาบของ แต่ที่เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน จักรยานก็หาบของได้อย่างที่เห็น นับว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่การปั่นจักรยานหาบของไปตามถนนใหญ่ จะทำได้อย่างไร ยังไม่เคยเห็น ที่เห็นอยู่ในภาพเป็นถนนหน้าตลาดสดเมืองเชียงรุ่ง
บ้านไทลื้อ
ไต้ถุนบ้านไทลื้อ จะมีไต้ถุนสูงแบบนี้เป็นหลัก และใช้ได้แบบเอนกประสงค์ นับว่าเป็นวัฒนธรรมไทโบราณ แต่ปัจจุบันการสร้างบ้านใหม่นักจะเป็นแบบไม่มีไต้ถุนสูงแบบนี้เสียเป็นส่วนมาก ไม่นานวัฒนธรรมเก่าแก่คงจะค่อยๆสูญหายไปจากโลกอย่างแน่นอน ถ่ายที่เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน
ไปดูถิ่นต้มเหล้าในจีน
พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ที่ข้างวิหารวัดเชียงป้อม ต.กาดทราย อ.เชียงรุ่ง จ.สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากกลับมาจากการไปดูโรงต้มเหล้า ที่เจ้าของสาธิตวิธีการต้มเหล้าให้ดู ซึ่งอยู่ด้านล่างต่ำลงไปถัดจากวิหารแห่งนี้ลงไป การต้มเหล้าที่นี่คงจะไม่ผิดกฏหมาย เพราะเห็นมีไหเหล้าใหญ่เล็กตั้งไว้ตามร้านต่างๆอย่างเปิดเผยทีเดียว จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าผู้คนทัี้งหลายในถิ่นนี้ล้วนดื่มเหล้าเป็นประจำ
กลองยาวเมืองเชียงรุ่ง long tail drum at jinghong
กลอง เป็นดนตรีชนิดหนึ่งที่ใช้ในหลายรูปแบบ ทั้งในด้านบรรเทิง แม้ในยามศึกสงครามในสมัยบรรพกาลก็ได้ใช้กลองนี้ตีเพื่อระดมพล ถ่ายที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดเชียงป้อม ต.กาดทราย อ.เชียงรุ่ง จ.สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
long tail drum at jingpom temple,jinghong,xishuangbanna,yunnan,china
long tail drum at jingpom temple,jinghong,xishuangbanna,yunnan,china
ต้นไม้ใหญ่เชียงรุ่ง big tree in jinghong
ต้นไม้ใหญ่ ข้างถนนจากวัดเชียงป้อมไปยังตลาดสด สูงท่วมหัว คงจะมีอายุมากกว่าร้อยปีขึ้นไป เขาได้เอาผ้าพลาสติกมาห่มเอาไว้กันน้ำฝนและแสงแดดแผดเผาทำให้ผุกร่อน เมื่อน้อมเอาต้นไม้นี้มาพิจารณาก็จะได้ความว่า ต้นไม้ตายนั้นยังทรงคุณค่า มีราคา เป็นเงินเป็นทอง ขณะที่ กายของคนเราที่ตายแล้วหาค่าอะะไรก็ไม่ได้ เน่า เหม็นทันทีที่วิญญาณไปปราศแล้ว เป็นทีี่น่ารังเกียจขยะแขยงแก่ผู้พบเห็นต้องรีบนำไปเผาให้สิ้นซาก ข้อนี้ ฉันใด กายใจของผู้ัได้ฝึกฝนดีแล้วด้วยธรรมและวินัย พ้นวิสัยแห่งปุถุชน พ้นบ่วงมาร ย่อมประเสริฐ ครุวนาดุจรัตนทั้งหลายที่ผู้ัคนหลงไหลปรารถนาได้มาครอบครอง ฉันนั้น
the big tree laid down on the side way of the road leading from jingpom temple to the local market of jinghong.xishuangbanna,yunnan,china
the big tree laid down on the side way of the road leading from jingpom temple to the local market of jinghong.xishuangbanna,yunnan,china
บันใดไทลื้อ
บันใดบ้านไทลื้อ หากจะนับพื้นบนและล่างเข้าด้วยกันก็เป็น ๑๒ อันเป็นปริศนาธรรมคือ ปัจจาการ ๑๒ ที่เป็นเหตุึแห่งสัตว์ทั้งหลายต้องเวียนว่าย ตาย เกิด เวียนวนไปมาหาเบื้องต้นและที่สุดมิได้ คนพาลสันดานหยาบมองการเวียนว่าย ตาย เกิด เป็นเรื่องพึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง แต่นักปราชญ์ผู้มีปัญญา มองว่าเป็นทางแห่งทุกข์ที่จะต้องรีบแก้ไขดำเนินไปสู่ความสิ้นสุดแห่งมทุกข์นั้นโดยเร็ว
อาทิตญ์อัศดง
อาทิตย์อัศดงค์ ณ เรือนอาบน้ำร้อน เมืองเชียงขาง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตะวันที่ลับยอดเขาไปแล้ว แต่ก้ยังทอแสงทองเรืองรองให้เราได้เห็น ราวกับว่านิกรชนผู้มีศีลธรรมอินทรีย์อแก่กล้า แม้ขันธ์ ๕ จะร่วงโรยดับลง แต่ก็เหลือแสงสว่างแห่งดวงปัญญาไว้ให้เราทั้งหลายพากันดำเนินตาม โลกียทรัพย์เป็นดุจดังหลุมถ่านเพลิงที่เร่าร้อน เผารนเหล่านิกรชนผู้มืดบอดให้เทุถกข์ทรมาณแสนสาหัส ขณะที่อริยทรัพย์ม่แต่ความร่มเย็นชั่วนิจนิรันดร
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ดอยแขม
นั่งนิ่งอยู่บนก้อนหินยอดดอยแขมที่เห็นไกลๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่นย ท่านคือพระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดญาณรังษี เวอร์จีเนียร์ สหรัฐอเมริกา ท่านแข็งแรงมากในการขึ้นเขา ท่านไปนั่งคอยพระอาจารย์วิชัย ซึ่งกำลังค่อยเดินขึ้นมาอย่าางอ่อนระโหยโรยแรง ทางที่เป็นร่องลึกนรี้เอง รถปีนไม่ไหว เครื่องดับจึงต้องลงไปช่วยเข็ญกัน พอรถไปได้ คนก็หมดกำลัง
๒ เจ้าอาวาส
๒ เจ้าอาวาส คือ พระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดญาณรังษี เวอร จีเนีรยร สหรัฐอเมริอกา และ เจ้าอาวาสวัดเชียงขาง สาธารณรัประชาชนจีน กำลังกราบพระประธานในโบสถ์วัดเชียงขาง
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ลานหน้าวิหารวัดเชียงป้อม
ลานเอนกดประสงค์หน้าวิหารวัดเชียงป้อม สถานที่เล่นกีฬา ฝึกการฟ้นรำของสาวไทลื้อ ก่อนไปแสดง ณ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง จะมีรถมารับที่ลานจอดรถในสนามนี้ ตลอดกิจกรรมต่างๆก็จะมาจัดที่วัดนี้เป็นศูนย์รวมของชุมชนโดยแท้
ทางขึ้นเขาและยอดดอย
มองไปข้างหน้านัี่นแหละคือเส้นทางที่เราจะไป คดเคี้ยวไปตามใหล่เขาและยอดดอย ทางดิน เต็มไปด้วนฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่ค่อยมีรถสวนมาเลย เพราะเป็นหนทางที่เขาไม่ใช้ คนจีนเรียกว่าทางมืด คือทางอันตรายนั่นเอง แต่ด้วยบุญบารมีแห่งพระรัตนตรัย ก็รอดพ้นสรรพภัยทั้งหลายมาได้ ด้วยความช่วยเหลืทอของเหล่าเทวดาสและมนุษย์ทั้งหลายนั่นเอง
นอนให้พระเหยียบ
ผู้เฒ่าชาวจีน เชียงขาง นอนลงหน้าประตูโบสถ์เพื่อให้พระเหยียบลงบนร่างของตน เชื่อว่าสจะทำใมห้หายโรคหายภัย แต่วิธีการแบบนี้เคยทำมาแล้วเมื่อ ๔ อสงไขย กำไรแสนมหากัป เมื่อท่านสุเ้มธดาบส นอนราบลงบนพื้นพสุธาอาราธาพระพุทธเจ้าพร้อมพระสงฆ์เอย่าได้เหยียบลวงเปือกตมเลยให้่เหยียบลงบนร่างของท่านดาบสแทน ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้่าทรงพระนามว่าทีปังกร ได้พยากรณ์ว่า ดาบศผู้นี้จะได้เป็นพระพุทธเจ้านามว่า โคตมะ ในอนาคตกาล จนล่วงเลยมาถึง ๔ อสงไร กำไรแสนมหากัปจึงได้มาตรัสรู้เป็นศาสดาแห่งเราทั้งหลายในปัจจุบัน
พระประธาน buddha image in the temple hall jingkhang
เตรียมลาดผ้าขาวพื้นโบสถ์เพื่อทำพิธีบวชพระ ส่วนพระประธานนั้น สร้างและนำมาถวายโดยคณะศิษยานุศิษย์พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ มีหลวงพ่อฤาษีเป็นผู้ประสานงาน เป็นพระประธานปางนาคปรก ทำด้เวยหินแกะสลักสวยงามฝีมือช่างไทย มูลค่า สองแสนเก้าหมื่นบาท buddha image brought from thailand to china with the value of 290,000 thb.made by the followers of ven.prakruprakasbuddhapak made of the valued stone.
เดินทางผ่านขุนเขาและยอดดอย
พาหนะที่นำพาคณะพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์เดินทางจากเมืองเชียงรุ่ง ผ่านเมืองต่างๆ เช่นเมิงโลง(เมืองลอง) ข้ามยอดดอยต่างๆมุ่งสู่เมืองเชียงขางตามลำดับ เส้นทางส่วนใหญ่จะไต่ไปตามใหล่เขาสูง นี่คือการเดินทางนำพาคณะศิษย์ไปแสวงบุญยังสาธารณรัฐประชาชนจีน สู่ดินแดนที่เรียกว่าเผ่าไทในบรรพกาล ซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่นี่มาแต่อดีตกาลไม่ได้ย้ายไปไหน ถูกครอบครองโดยจักรพรรดิจีนแต่โบราณ ภาษาและประเพนีจึงคงเหลือไว้ให้เราได้ศึกษา
การแต่งตัวเตรียมบวชเป็นภิกษุของพระ(สามเณร)
พระ(สามเณ) ที่จะบวชเป็นตุ๊ มี ๓ รูป และแต่งตัวพิเศษ อย่างที่เห็น เป็นประเพนีเก่าแก่ของชนชาวจีนเสื้อสายไท มาแต่โบราณ สมัยราชอาณาจักรน่านเจ้า สิบสองจุไท สิบสองปันนา อันมีต้นกำเนิดจากอาณาจักรของแสแห่งท่านขุนบรมราชาธิราช พวกไทดำดำเรียกท่านว่าขุนบูรม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















