วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ลานหน้าวิหารวัดเชียงป้อม

ลานเอนกดประสงค์หน้าวิหารวัดเชียงป้อม สถานที่เล่นกีฬา ฝึกการฟ้นรำของสาวไทลื้อ ก่อนไปแสดง ณ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง จะมีรถมารับที่ลานจอดรถในสนามนี้ ตลอดกิจกรรมต่างๆก็จะมาจัดที่วัดนี้เป็นศูนย์รวมของชุมชนโดยแท้

ทางขึ้นเขาและยอดดอย

มองไปข้างหน้านัี่นแหละคือเส้นทางที่เราจะไป คดเคี้ยวไปตามใหล่เขาและยอดดอย ทางดิน เต็มไปด้วนฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่ค่อยมีรถสวนมาเลย เพราะเป็นหนทางที่เขาไม่ใช้ คนจีนเรียกว่าทางมืด คือทางอันตรายนั่นเอง  แต่ด้วยบุญบารมีแห่งพระรัตนตรัย ก็รอดพ้นสรรพภัยทั้งหลายมาได้ ด้วยความช่วยเหลืทอของเหล่าเทวดาสและมนุษย์ทั้งหลายนั่นเอง

นอนให้พระเหยียบ

ผู้เฒ่าชาวจีน เชียงขาง นอนลงหน้าประตูโบสถ์เพื่อให้พระเหยียบลงบนร่างของตน เชื่อว่าสจะทำใมห้หายโรคหายภัย แต่วิธีการแบบนี้เคยทำมาแล้วเมื่อ ๔ อสงไขย กำไรแสนมหากัป เมื่อท่านสุเ้มธดาบส นอนราบลงบนพื้นพสุธาอาราธาพระพุทธเจ้าพร้อมพระสงฆ์เอย่าได้เหยียบลวงเปือกตมเลยให้่เหยียบลงบนร่างของท่านดาบสแทน ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้่าทรงพระนามว่าทีปังกร ได้พยากรณ์ว่า ดาบศผู้นี้จะได้เป็นพระพุทธเจ้านามว่า โคตมะ ในอนาคตกาล จนล่วงเลยมาถึง ๔ อสงไร กำไรแสนมหากัปจึงได้มาตรัสรู้เป็นศาสดาแห่งเราทั้งหลายในปัจจุบัน

พระประธาน buddha image in the temple hall jingkhang

เตรียมลาดผ้าขาวพื้นโบสถ์เพื่อทำพิธีบวชพระ ส่วนพระประธานนั้น สร้างและนำมาถวายโดยคณะศิษยานุศิษย์พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ มีหลวงพ่อฤาษีเป็นผู้ประสานงาน เป็นพระประธานปางนาคปรก ทำด้เวยหินแกะสลักสวยงามฝีมือช่างไทย มูลค่า สองแสนเก้าหมื่นบาท buddha image brought from thailand to china with the value of 290,000 thb.made by the followers of ven.prakruprakasbuddhapak made of the valued stone.

เดินทางผ่านขุนเขาและยอดดอย

พาหนะที่นำพาคณะพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์เดินทางจากเมืองเชียงรุ่ง ผ่านเมืองต่างๆ เช่นเมิงโลง(เมืองลอง) ข้ามยอดดอยต่างๆมุ่งสู่เมืองเชียงขางตามลำดับ เส้นทางส่วนใหญ่จะไต่ไปตามใหล่เขาสูง นี่คือการเดินทางนำพาคณะศิษย์ไปแสวงบุญยังสาธารณรัฐประชาชนจีน สู่ดินแดนที่เรียกว่าเผ่าไทในบรรพกาล ซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่นี่มาแต่อดีตกาลไม่ได้ย้ายไปไหน ถูกครอบครองโดยจักรพรรดิจีนแต่โบราณ ภาษาและประเพนีจึงคงเหลือไว้ให้เราได้ศึกษา

การแต่งตัวเตรียมบวชเป็นภิกษุของพระ(สามเณร)


พระ(สามเณ) ที่จะบวชเป็นตุ๊ มี ๓ รูป และแต่งตัวพิเศษ อย่างที่เห็น เป็นประเพนีเก่าแก่ของชนชาวจีนเสื้อสายไท มาแต่โบราณ สมัยราชอาณาจักรน่านเจ้า สิบสองจุไท สิบสองปันนา อันมีต้นกำเนิดจากอาณาจักรของแสแห่งท่านขุนบรมราชาธิราช พวกไทดำดำเรียกท่านว่าขุนบูรม 

บวชตุ๊


คลองจีวรให้พระที่เตรียมตัวเข้่าบวชเป็นตุ๊ (เขาเรียกสามเณรเป็นพระ และ เรียกพระว่า ตุ๊ ส่วนพระเถระ เขาเรียกว่าครูบา ) ในพิธีบวชพระ ณ อุโบสถวัดเชียงขาง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมืองเชียงขาง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ภาพเมืองเชียงขาง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถ่ายจากบรนิเวณวัดเชียงขาง มีถนนและอาคารบ้านเรือนที่เป็นตลาด ร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายไปตามลำดับ

พระพุทธศาสนากับประชนจีน

ประชาชนชาวจีน ต่างก็มีใจเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พากันมาร่วมอนุโมทนาในการอุปสมบทพระที่วัดเชียงขาง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ พระธรรมทูตสายต่างประเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม กทม ได้ให้ความอุปถัมภ์มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว พรน้อมให้การสนับสนุนจตุปัจจัยสร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่คร่ำคร่าไปตามฤดูกาล และได้อัญเชิญพระบรมธาตุไปประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ 

พิธีอุปสมบทในประเทศจีน

พิธีอุปสมบทพระที่โบสถ์เมืองเชียงขาง มีพระภิกษุจากประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยานคือ พระอาจารยืพระครูประกาศพุทธพากย์ และ พระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศ พร้อมคณะสงฆ์ บวชพระจำนวน ๓ รูป ณ วัดเชียงขาง สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ย้อนดูยอดดอย

ดอยสูงเสียดฟ้าคือทางที่เราข้ามมา มองย้อนไปดูก็ใจหาย เราข้ามมาได้อย่างไร  แต่สำหรับชาวเขาแล้วถือเป็นของธรรมดาสำหรับเขา แต่ชาวเราดูแล้วก็รศึกใจหาย

ปฏิบัติบูชาภาวนา

พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ปฏิบัติบูชาภาวนา ณ พระธาตุเจดีย์บรรจุพระอังคารธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บนยอดเขาริมฝั่งแม่นำโขง เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

ห้องเรียนมหาวิทยาลัยพระพุทธฤศาสนาชั้นสูง

ห้องเรียนมหาวิทยาลัยพระพุทธฟสาสนาชั้นสูง ไมซอร์ อินเดีย นั่งหันหลังชนกัน มีอาจารย์มายืนสอนด้านหน้า แบ่งเป็นช่วงๆ แสดงท่าทางต่างประกอบกาสรสอน

หลวงพี่กับรถตู้

หลวงพี่กับรถตู้ คราวไปเยี่ยมประเทศอินเดีย แถวเมืองไมซอร์ รัฐกานาตัก อินเดีย ก็เจอหลวงพี่รูปหนึ่ง ควบรถตู้ผ่านมาก็เลยเรียก "หลวงพี่หยุดก่อน " เบรกทันที หันหน้ามามอง ก็เลยถามว่าา หลวงพี่มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาไปทางไหนครับ หลวงพี่ก็บอกให้ทำหน้าตาแบบที่เห็นนี่แหละครับ จากนั้นก็ควบพาหนะคู่ใจห่างออกไปจนสุดสายตา ผมไปจีนก็เจอหลวงพี่ควบมอเตอร์ไซด์ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบนเขา มาอินเดียนี่ท่านควบรถตู้เลย ไปไหนก็เจอแต่พระ

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

พระราชวังมหาราชาแห่งไมซอร์ อินเดีย

วังมหาราชาแห่งแคว้นไมซอร์ โบราณเรียกว่า แคว้นไมสาสุระ หรือ มหิสาสุระ เป็นชื่อแห่งเทพเจ้าในรูปควายหรือมหิงสา ที่เชิงเขาจัมมุนดี จะมีรูปหินควายขนาดใหญ่ เป็นที่เคารพของผู้คนในถิ่นนี้

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ผจญภัยที่ดอยแขม สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผจญภัยที่ดอยแขม สาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านวิชัยเดินอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ขณะที่พระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศ ขึ้นไปนั่งรออยู่บนแท่นหินข้างทางไกลออกไป ท่านวิชัยบอกว่ามันเหนื่อยใจจะขาด ผมบอกว่าอย่าเดินเร็วค่อยๆเดินไป เพราะมันเป็นยอดเขาสูงอากาศเบาบาง เพราะทางนี้สูงและชันมากรถขึ้นไม่ไหวจึงต้องลงมาเข็ญรถ พอรถไปได้คนก็จะไปไม่ได้เพราะเนื่อย ต้องค่อยๆประคับประคองกันไป เพื่อรักษาชีวิตไว้

ศาลเทพารักษ์

ศาลเทพารักษ์ประจำหมู่บ้าน ที่ ต.กาดทราย อ.เชียงรุ่ง จ.สิบสองปันนา ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

บ้านไทลื้อ

บ้านไทลื้อแบบเก่าที่ใช้เจาะสลักสอดเป็นตง ถ้าไม่เสมอกันก็ใช้ไม้หนุนเอาอย่างในภาพ ส่วนมากทั้งหลังก็จะใช้เจาะในแบบเดียวกัน แต่ในปัจจุบัน การซ่อมแซมบ้านยใหม่หรือทำบ้านใหม่มักจะไม่ใช้แบบนี้ หากไม่อนุรักษ์ไว้ ไม่นานเราก็จะไม่เห็นศิืลปะการสรน้างบ้านแบบดั้งเดิมอีก คงจะเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนแบบใหม่ และไต้ถุนสูงแบบเอนกประสงค์แบบนี้ก็จะค่อยๆเริ่มหายไป จึงได้บันทึกภาพเอาไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลัีงจะได้ดูเป็นขวัญตา ถ่ายภาพที่ เมืองเชียงรุ่ง สิบสองปันนา ยูนนาน สวาธารณรัฐประชาชนจีน

เทิือกเขาแดนพม่า

เทือกเขานั้นเป็นเทือกเขาที่ต่อเนื่องยาวไปถึงประเทศพม่า ที่ยืนอยู่นั้นเป็นยอดเขาวัดครูบาปา มองลงไปด้านล่างตรงหุบเขาคือแม่น่้ำหลวยที่ไหลไปบรรจบกับแม่น้่ำของ

บ่อน้ำไทลื้อแห่งสิบสองปันนา

บ่อน้ำในเมืองเชียงรุ่งจะออกแบบเดียวกันคือมีอาคารครอบ หลังคาแหลมเป็นแบบยอดเจดีย์ มีทางเข้าตักน้ำได้ทางเดียว บ่อน้ำทุกแห่งน้ำจะอยู่ไม่ลึกสามารถตักเอาได้โดยง่าย น้ำไสเย็นสะอาด