ท่องสวรรค์ ธรรมบรรยายโดย พระครูประกดาศพุทธพากย ์ วัดพระธรรมจักร บ้านบึง ชลบุรี
สาระธรรมเพื่อชาวพุทธ buddha dhamma for all .....วัดพระธรรมจักร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี tel. 081-7629912 ......blog master: Somlak wanyo กรรมการที่ปรึกษาและผู้ประสานงานประจำประเทศไทย วัดญาณรังษี สหรัฐอเมริกา tel. 081-8307986 email: hs4dor@gmail.com ท่านที่ต้องการแปลบทความเหล่านี้เป็นภาษาต่างๆ โปรดเลือกแปลได้ที่ "แปลข้อความ" ทางหน้าเพจนี้ anyone who want to translate this blog to your own language,please do it at the end ot this page below
วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ธรรมบรรยาย โดย พระครูประกาศพุทธพากย์
วิสาขามหาอุบาสิกา ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ วัดพระธรรมจักร บ้านบึง ชลบุรี
ปลาอินทรีย์กับผีวัดตรีทศเทพ
ปลาอินทรีย์กับผีวัดตรีทศเทพ บรรยายโดย ศ.เกียรติคุณ ดร.แสง จันทรงาม มมร.รุ่นที่ ๑ ในงานประชุมใหญ่ สมาคมศิษย์เก่า มมร.ณห้องประชุมใหญ่ มมร วัดบวรนิเวศวิหาร
The Restoration of Makutkasatriyaram Temple โครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดมกุฏกษัตริยาราม
วัดมกุฏกษัตริยาราม
The Restoration of Makutkasatriyaram Temple
โครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดมกุฏกษัตริยาราม
โครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดมกุฏกษัตริยาราม
พระครูวินัยธรสวัสดิ์ ญาณพโล
พระอาจารย์พระครูวินัยธรสวัสดิ์ ญาณพโล ทำวัตรที่วิหารวัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร ท่านเป็นพระมหาเถระจากประเทศลาว จากเมืองมูลปาโมกข์ สัทันดร ได้มาศึกษาอยู่ที่วัดมกุฏกษัตริยารามตั้งแต่เป็นสามเณร อุปสมบทที่วัดมกุฏกษัตริยาราม โดยมี พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช( จวน อุฏฐายี ) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีหม่อมหลวงอิลา พิบูลนครินทร์ เป็นเจ้าภาพในการอุปสมบท ได้ศึกษาสำเร็จเปรียญธรรม และ สำเร็จการศึกษาศาสนศาสตร์บัณทิต จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบัน เป็นเจ้าอาวาสวัดสีสัตตนาค กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศศ เป็นวัดซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนลาวในประเทศฝรั่งเศศ
หลัก ๕ ประการของพุทธตันตระ
หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพุทธตันตระคือ หลัก ๕ ประการ
ตันตระประกอบด้วยคำสอนหลัก ๕ ประการ ที่มีชื่อว่า “๕ ม” มี
(๑) มัทยะ - เหล้า
(๒) มางสะ - เนื้อ
(๓) มัตสยะ - ปลา
(๔) มุทรา - ท่าทาง ยั่วให้เกิดกำหนัดราคะ ความต้องการทางเพศ
(๕) ไมถุน - การเสพสังวาส
ตันตระประกอบด้วยคำสอนหลัก ๕ ประการ ที่มีชื่อว่า “๕ ม” มี
(๑) มัทยะ - เหล้า
(๒) มางสะ - เนื้อ
(๓) มัตสยะ - ปลา
(๔) มุทรา - ท่าทาง ยั่วให้เกิดกำหนัดราคะ ความต้องการทางเพศ
(๕) ไมถุน - การเสพสังวาส
พุทธตันตระ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0
พุทธตันตระ เป็นนิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว และเผยพร่ไปในธิเบต และประเทศอื่นๆ สอนตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธองค์สอนให้หลีกออกจากกาม ตามในข้อ ๒ คือ สัมมาสังกัปปะ การดำริชอบ คือ ๑ ดำริออกจากกาม ๒ ดำริในการไม่พยาบาท ๓ ดำริในการไม่าเบียดเบียฬ แต่ลัทธินี้สอนให้หมกมุ่นในกาม แม้จะสอนขัีดแย้งกับพระพุทธเจ้า แต่ก็อ้างว่าเป็นพระพุทธศาสนาอยู่นั่นเอง คลิกเข้าไปศึกษาได้ตามลิงค์ที่ให้ไว้นะครับ
พุทธตันตระ เป็นนิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว และเผยพร่ไปในธิเบต และประเทศอื่นๆ สอนตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธองค์สอนให้หลีกออกจากกาม ตามในข้อ ๒ คือ สัมมาสังกัปปะ การดำริชอบ คือ ๑ ดำริออกจากกาม ๒ ดำริในการไม่พยาบาท ๓ ดำริในการไม่าเบียดเบียฬ แต่ลัทธินี้สอนให้หมกมุ่นในกาม แม้จะสอนขัีดแย้งกับพระพุทธเจ้า แต่ก็อ้างว่าเป็นพระพุทธศาสนาอยู่นั่นเอง คลิกเข้าไปศึกษาได้ตามลิงค์ที่ให้ไว้นะครับ
วัชรยาน (พุทธตันตระ)
ข้อความต่อไปนำมาให้ศึกษาจากผู้ที่เขานับถือและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนาที่เป็นลัทธิมหายาน ซึ่งได้บิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้าจนทำให้ผุ้คนไม่สามารถรู้และเข้าใจคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าได้ โดยยกเอากามเป็นเครื่องนำทาง ขระที่พระพุทธองค์สอนให้หลีกออกจากกาม แต่ลัทธินี้สอนให้ัหมกมุ่นในกามและก็อ้างว่าคือพระพุทธศาสนาก็ได้ความนิยมแพร่หลาย และล่วงเลยเข้ามาในประเทศไทยแล้วในปัจจุบัน จึงควรที่ีพวกเราจะได้ศึกษาและทำความเข้าใจ จะได้ไม่หลงประเด็น
ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่คัดเอามาจากคำที่เผยแพร่อยู่ในเวปเป็นภาษาญี่ปุ่น
ทิเบต Vajrayana พุทธศาสนาและความสุข
พุทธศาสนาในทิเบตได้เริ่ม Sontsu ~ en-King of กระเจี๊ยบ (吐蕃) (ดำรง 593 ปี 638 ปี) ในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเจ็ดโบราณทิเบตอาณาจักรเนื้อที่เสียนโยบายพระพุทธธรรมกษัตริย์แล้วเนื่องจากพุทธศตวรรษที่ 9 วันนี้ดึก พุทธศาสนาได้รับการแนะนำจากประเทศอินเดียเป็นส่วนใหญ่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ส่งลงสายสำหรับพุทธศาสนากับทิเบตเป็นเวลาเมื่อมีการจัดตั้งลับพุทธศาสนาขณะที่ในอินเดียมันเกิดขึ้นและความลับ Kengyo ได้รับรายงานเกือบจะพร้อมกัน
คนส่วนใหญ่ก็เป็นข้อสงสัยจาก Kengyo โต้แย้งที่ได้รับการสะท้อนความลับในทางปฏิบัติยังไม่มีความน่าสนใจ Tantric พุทธศาสนาที่ถูกนำไปทิเบตโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีศูนย์โยคะทางเพศเพราะมันเป็นเรื่องง่ายที่จะวาดความอยากรู้ของคนที่ดูเหมือนว่าจะได้รับการครอบงำโดยลับพุทธศาสนาในทิเบตจากจุดเริ่มต้น รูปปั้นพระพุทธรูปทิเบตมากแตกต่างจากสิ่งที่ถูกมองในญี่ปุ่นและพระพุทธรูปเพื่อ
ฉันเอาภาพบางส่วนของสหภาพทางเพศของเราทั้งชายและหญิงในทิเบตพระพุทธเวลาประมาณพิพิธภัณฑ์นี้ พระพุทธรูปพุทธศาสนาที่ห้ามไม่ให้แต่งงานเป็นที่เคารพศีลทำไมเราทำรูปแบบที่เห็นได้ชัดดังนั้นการมีเซ็กซ์ เปิดใช้งานพลังงานชีวิตที่ค่อนข้างจะไปโยคะที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเวทีของ shantih บาร์เรลปลดปล่อยเพื่อให้การปราบปรามพลังชีวิตเช่น Kengyo จนกว่าจะมีการแสดงโดยความใคร่ลับพุทธศาสนาสายบริสุทธิ์พลังงานของพวกเขาต่อไปผมจะทำให้การเปลี่ยนในการฝึกโยคะที่คุณกำลังพยายาม ไปถึงการปลดปล่อยโดย ฉันกล่าวว่าการประกาศการประชุมลับแทนท "พระพุทธเจ้า Ji ถูกพับเก็บสายโยคะและหญิงมีเพศสัมพันธ์" และในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่สิบแปดและมีผลกระทบสำคัญใน Tantric พุทธศาสนาของทิเบต (ปี - 1139 990) Kyunbo โรงเรียน Kagyuu แม้ว่าผู้ที่ Malva (ปี - 1097 1012) เริ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสุขแทนทโยคะที่ได้รับการสอนจาก (คู่ค้าทางเพศ) คราโยคีลับผู้หญิงในร่างกายผมตื่นขึ้นมาสิ่งที่ถูกกล่าวโดยการใช้เต็มรูปแบบของ เทคนิคพิเศษและเรือและพิจารณาบูรณาการของพระพุทธเจ้าตัวเองและสิ่งที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์โยคะเต็มใจ เช่นรัฐลึกลับพระพุทธเจ้าเหมือนจะผงะหงายเมื่อเราเห็นญี่ปุ่น, ฉันมีแบบฟอร์มที่คุณรู้สึกแปลกใจและความเงียบสงบไม่หยาบคาย
ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่คัดเอามาจากคำที่เผยแพร่อยู่ในเวปเป็นภาษาญี่ปุ่น
ทิเบต Vajrayana พุทธศาสนาและความสุข
พุทธศาสนาในทิเบตได้เริ่ม Sontsu ~ en-King of กระเจี๊ยบ (吐蕃) (ดำรง 593 ปี 638 ปี) ในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเจ็ดโบราณทิเบตอาณาจักรเนื้อที่เสียนโยบายพระพุทธธรรมกษัตริย์แล้วเนื่องจากพุทธศตวรรษที่ 9 วันนี้ดึก พุทธศาสนาได้รับการแนะนำจากประเทศอินเดียเป็นส่วนใหญ่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ส่งลงสายสำหรับพุทธศาสนากับทิเบตเป็นเวลาเมื่อมีการจัดตั้งลับพุทธศาสนาขณะที่ในอินเดียมันเกิดขึ้นและความลับ Kengyo ได้รับรายงานเกือบจะพร้อมกัน
คนส่วนใหญ่ก็เป็นข้อสงสัยจาก Kengyo โต้แย้งที่ได้รับการสะท้อนความลับในทางปฏิบัติยังไม่มีความน่าสนใจ Tantric พุทธศาสนาที่ถูกนำไปทิเบตโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีศูนย์โยคะทางเพศเพราะมันเป็นเรื่องง่ายที่จะวาดความอยากรู้ของคนที่ดูเหมือนว่าจะได้รับการครอบงำโดยลับพุทธศาสนาในทิเบตจากจุดเริ่มต้น รูปปั้นพระพุทธรูปทิเบตมากแตกต่างจากสิ่งที่ถูกมองในญี่ปุ่นและพระพุทธรูปเพื่อ
ฉันเอาภาพบางส่วนของสหภาพทางเพศของเราทั้งชายและหญิงในทิเบตพระพุทธเวลาประมาณพิพิธภัณฑ์นี้ พระพุทธรูปพุทธศาสนาที่ห้ามไม่ให้แต่งงานเป็นที่เคารพศีลทำไมเราทำรูปแบบที่เห็นได้ชัดดังนั้นการมีเซ็กซ์ เปิดใช้งานพลังงานชีวิตที่ค่อนข้างจะไปโยคะที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเวทีของ shantih บาร์เรลปลดปล่อยเพื่อให้การปราบปรามพลังชีวิตเช่น Kengyo จนกว่าจะมีการแสดงโดยความใคร่ลับพุทธศาสนาสายบริสุทธิ์พลังงานของพวกเขาต่อไปผมจะทำให้การเปลี่ยนในการฝึกโยคะที่คุณกำลังพยายาม ไปถึงการปลดปล่อยโดย ฉันกล่าวว่าการประกาศการประชุมลับแทนท "พระพุทธเจ้า Ji ถูกพับเก็บสายโยคะและหญิงมีเพศสัมพันธ์" และในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่สิบแปดและมีผลกระทบสำคัญใน Tantric พุทธศาสนาของทิเบต (ปี - 1139 990) Kyunbo โรงเรียน Kagyuu แม้ว่าผู้ที่ Malva (ปี - 1097 1012) เริ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสุขแทนทโยคะที่ได้รับการสอนจาก (คู่ค้าทางเพศ) คราโยคีลับผู้หญิงในร่างกายผมตื่นขึ้นมาสิ่งที่ถูกกล่าวโดยการใช้เต็มรูปแบบของ เทคนิคพิเศษและเรือและพิจารณาบูรณาการของพระพุทธเจ้าตัวเองและสิ่งที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์โยคะเต็มใจ เช่นรัฐลึกลับพระพุทธเจ้าเหมือนจะผงะหงายเมื่อเราเห็นญี่ปุ่น, ฉันมีแบบฟอร์มที่คุณรู้สึกแปลกใจและความเงียบสงบไม่หยาบคาย
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ณ แดนจีนและพม่า
พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยือนเมืองจีน ขณะนี้กำลังยืนอยู่ริมฝั่งแม้น้ำที่กั้นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า ด้านหลังของพระอาจารย์คือพม่ามองเห็นไกลๆคือวัดเ จะมีทางถนนเหฌนภิกษุสามเณรปั่นจักรยานตามกันมาเป็นแถวทางฝั่งพม่า ที่ีเมืองด้านที่เป็นแผ่นดินจีน ตามร้านค้าตรงนี้จะมีสิ้นค้าจากประเทศไทยขายอยู่เป็นจำนวนมาก
ฉ้อราษฏร์บังหลวงตกนรก
วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ประสบการณ์ภาวนา ๖
หากเราต้องการจะไปภาวนาห่างจากศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาแล้ว จะต้องขึ้นไปภาวนาบนต้นไม้แบบนี้ เพราะข้างล่างเต็มไปด้วยทาก อาจจะดูดเลือดถึงตายได้
ประสบการณ์ภาวนา๕
นี่คือศาลาปฏิบัติธรรมบนเขาชมพู่ อากาศปลอดโปร่งดี เหมาะสมในการภาวนาเป็นอย่างยิ่ง ที่หลวงตาพระอาจารย์ช่วน เจ้าของฉาลาปลักขลิกอันลือลั่นเคยมาพักปฏิบัติธรรที่นี่ จนในที่สุดสังขารสู้ไม่ไหวจึงได้ออกปากกับพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ว่าทผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว มอบให้ท่านมหารับผิดชอบ
ประสบการภาวนา ๔
บนยอดเขาชมพู่ ลานศาลาปฏิบัติธรรมจะมีรูปพระาษีหลายรูปด้วยกัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ส่วนมากเทพเจ้าผู้เป็นฤาษีท่านจะเป็นผู้ดูแลผู้มาปฏิบัติธรรมที่นี่ ด้วยความเมตตา เพราะเหตุนี้เองการปฏิบัติธรรมจึงเป็นสัปปายะและนับว่าเป็นสถานที่อันเป็นมงคลยื่งแห่งหนึ่ง ยืนใส่เสื้อสีขาวคือผู้เขียนเอง มีพระครูสิริธรรมวิเทศ พระอาจารย์วิชัยอยู่ด้านหลังข้างพระฤาษี
ประสบการภาวนา ๓
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ประถสบการภาวนา๒
เมื่อคราวบุกป่าผ่าดงดิบแห่งเขาชมพู่ติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ไปแสวงหาสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาตามป่าเขาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อขึ้นเขา หน้าที่ของทุกคนก็คตือเอาน้ำดื่มถือขึ้นไปด้วยทุกคน เพราะว่าแม้จะมีน้ำบนเขา แต่ก็เนื่องจากเป็นน้ำป่าอาจจะมีอันตรายอยู่ด้วยเกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆ เว้นเสียแต่ว่าจะต้องนำมาต้มให้เดือดเสียก่อนจึงฉันได้ สถานที่ภาวนาแห่งนี้ทำให้ผมได้เห็นนรกขี้เถ้าเป็นครั้งแรก โดยภายในจิตนั้นเหาะลงไปทางหลังเขาแล้วไปยังนรกขุมต่างๆที่จำได้ก็คือเมือเหาะผ่านไปมองลงไปข้างล่างเต็มไปด้วยขี้เถ้า มีความรู้ขึ้นมาว่านี่คือนรกขี้เถ้า ลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะเหาะข้ามไปดีไหมทแต่พอขยับจะเหาะข้ามปรากฏมีมือจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากขี้เถ้านั้นมาคว้ายังตัวเราเลยต้องรีบถอยหลังหนีมา นี่คตือประสบการเรื่องนรกขี้เถ้าในการมาภาวนาที่นี่
ประสบการภาวนาที่เขาชมพู่
เมื่อนานมาแล้วหากนับย้อนกลับไปก็ประมาณ ปี ๒๕๓๕ เมื่อพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ชักชวนเพื่อนสหธรรมมิกมีพระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศที่ยืนอยู่กลางในภาพ มีลุงภารโรงโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยารามที่กำลังถือด้ามจอบยืนด้านหน้า พร้อมด้วยผู้เขียนยืนอยู่ด้านหลัง ที่เรายืนอยู่เป็นพื้นที่ราบใกล้ๆศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาชมพู่ หากออกจากบริเวณตรงนี้ที่เป็นป่าดงดิบด้านหลังออกไป จะเป็นบริเวณป่าชื้น อุดมไปด้วยตัวทากดูดเลือดเป็นแสนเป็นล้านอาศัยอยู่ในป่านี้คอยดูดเลือดคนและสัตว์ที่ผ่านเข้าไป หากต้องการไปภาวนาในพื้นที่นอกจากตรงที่เราทำความสะอาดปัดกวาดดายหญ้าและเป็นพื้นดินที่แห้งตรงนี้แล้ว ต้องขึ้นไปทำห้างอยู่บนต้นไม้ เพื่อนั่งภาวนา ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะถูกทากมาดูดเลือดจนตายเดียว ส่วน้ำดื่มต้องสบายกันขึ้นไป เพราะน้ำข้างบนไม่เหมาะในการดื่ใแต่ใช้่สำหรับอาบได่ ห่างจากศาลาไปทางทิศตะวัีนตกประมาณ ๒๐ เมตร จะมีบ่อน่้ำเป็นแอ่งหิน ผู้คนเรียกบ่อน้ำนี้ว่า บ่อน้ำพระเจ้าตาก ส่วนเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากเป้นประการใดผู้เขียนก็ไม่สามารถสืบค้นนำมาเสนอได้ พระอาจารย์เล่าว่า สถานที่ปฏิบัีติธรรมบนเขาชมพู่แห่งนี้เป็นที่ร่ำลือกันมาแต่โบราณว่าเป็นสถานที่
บรรดาครูบาอาจารย์ในปางก่อนได้เคยมาอาศัยปฏิบัติธรรมแล้วได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจทุกท่าน จึงได้มาทดลองดูบ้าง ขณะนั้นได้มีหลวงตา ดร.ช่วน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลัดขิกก็มาปฏิบัติอยู่ที่นี่ด้วย ภายหลังได้บอกกับพระอาจารย์ว่า "ผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว ขอให้ท่านมหารับผิดชอบสถานปฏิบัติธรรมยอดเขาชมพู่ด้วยนะ" จากนั้นมาก็ได้อยู่ปฏิบัติที่นี่พร้อมพาคณะย้ายไปลองปฏิบับัติตามที่ต่างๆในเมือกเขาแห่งนี้ จนได้พบได้เห็นมีประสบการณ์น่านำมาเล่าก็คือเรนื่องเทพธิดาแห่งต้นตะเคียนใหญ่ เทพธิดาท่านนี้ได้มาสเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์อย่าางไร ก็คือคราสวหนึ่ง พระอาจารย์พาคณะขึ้นไปปฏิบัติธรรม โดยให้เณรเอาข้าวสารขึ้นไปต้มใส่น่ำเยอะๆ แบ่งกันกิน จนข้าวหมด ยังไม่อยากลงมา ก็เลยให้เณรลงมาเอาข้าวสารคนเดียว เณรลงมาหาหลวงตาที่สำนักเชิงเขาแล้วก็เอาข้าวขึ้นไป เกิดหลงป่า ใกล้มืดค่ำเข้าทุกที ในป่าก็อุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด มี เสือ หมูป่า หมี เป็นต้นท่องเที่ยวอยู่ในป่านี้ เมื่อจนตรอกหาทางทางไปไม่ได้หลงป่าจึงอธิษฐานขอเทวดาช่วย เทพธิดาท่านนี้จึงได้นำสามเณรขึ้นไปหาพระอาจารย์โดยปลอดภัย พวกเราจึงได้ไปเยี่ยมขอบคุณท่านที่ต้นตะเคียนใหญ่ท่านสิงสถิตอยู่ มีประสบการเกี่ยวกับการภาวนามากมาย มีเวลาจะได้เล่าให้ฟังอีก
วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ทิวทัศนฺเมืองเชียงขาง จีน
ขวามือคือวัดเชียงขาง มองลงไปด้าหน้าเป็นถนนหน้าวัดมีร้านอาหารและร้านขายของต่างๆเรียงกันไป มองไปตามถนนด้านซ้ายสุดเป็นทางที่เชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆและทางท้องถิ่นขึ้นไปบนยอดดอยที่สูงสุด เรียกว่าาดอยแขม วิถีชีวิตผู้คนในเมืองนี้เรียบง่ายแต่ทว่าเนื่องจากเป็นเมืองปลายแดน การปกครองใช้อำนาจปกครองของทหาร จากเมืองนี้ก็จะเป็นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า การคมนาคมไม่ค่อยสะดวกนักเพราะพื้นที่เต็มไปด้วยยอดเขาสูง หาที่ราบลุ่มได้ยาก อยู่ในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
วิถีพุทธเมืองจีน สิบสองปันนา
วันนี้เป็นวันมาฆะบูชา ๒๕-๒-๕๖ ทั่วประเทศไทยจัดกิจกรรมเพื่อศึกษาพระธรรมาคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มั่นคงอยูากับโลกมาเป็นเวลา ๒๕๖๐๐ ปี มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลกหาประมาณมิได้ การบำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา ได้มีการดำเนินต่อเนื่องกันมาไม่ขาดสาย โบสถ์ที่เห็นในภาพนั้นเป็นโบสถ์วัดเชียงขาง เมืองเชียงขาง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน บันทึกไว้เมื่อคราวติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยี่ยมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจีน (ไทลื้อ) ที่เห็นพากันนั่งประณมมือกัะนอยู่นั่นคือคนจีนแต่เชือชาติเป็นไทลื้อ ซึ่งมีควงามยึดมั่นนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดระยะ ๒๖๐๐ ปีที่ผ่านมา เพราะเหตุที่พระพุทธองค์ได้เคยเสด็จมาโปรดผู้คนในดินแดนแห่งนีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
หลังจากที่ได้ติดตามพระอาจารย์ไปเมืองจีนมาหลายครั้ง ก็สังเกตุเห็นความเป็นไปแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศจีนว่า การศึกษาหลักธรรมยังไม่มีอย่างกว้างขวาง และการปฏิบัติก็ยังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนมากก็พากันทำบุญกิริยาวัตถุคือทานเสียเป็นส่วนมาก ศีลและภาวนามีเป็นส่วนน้อย ที่เห็นนั่งอยู่นี้ประชาชนมาอนุโมทนาในการบวชพระ ซึ่งนั่งอยู่รอบๆโบสถ์ด้านนอก เพราะโบสถ์ส่วนมากนิยมสร้างเล็กเพียงพอสำหรับพระ ๒๐ รูปก็เต็มแล้ว ผู้คนจึงไม่มีสิทธิ์เข้าไปร่วมพิธีในโบสถ์เหมือนในเมืองไทยได้
การรักษาศีลโดยเฉพาะศีล ๕ ยังย่อหย่อนอยู่ หลวงตาสตุ๊เจ้าคำลือ ผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่งท่านมักจะบ่นให้เราฟังว่า สอนยากมาก เวลาพวกทหารหรือผู้ชายมากราบท่านมักจะว่า "พวกมึงกินแต่เหล้า กูเบื่อหน่ายเต็มที "ถ้าไม่ใช่เป็นบ้านเกิดของท่านแล้วท่านก็ไม่อยากจะอยู่
ภาษาที่ใช้พูดก็เป็นภาษาไทลื้อ สำเนียงคล้ายเชียงใหม่และหลวงพระบาง เพราะ)ฉะนั้นผู้คนในดินแดนแห่งนรี้จึงไปมาหาสู่กันเสมอ เพราะภาษาและวิถีชีวิตคล้ายคลึงกัน ความไกล้ชิดสนิทสนมกันเหมือนเป็นญาติพี่น้อง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











