วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทำวัตรเช้า



ทำวัตรเช้า
ปุพพภาคนมะการ
เมื่อเข้าประชุมพร้อมกันแล้ว เวลาผู้เป็นหัวหน้าทำสักการะ พึงนั่งคุกเข่าประณมมือ  ครั้นเสร็จแล้ว ผู้เป็นหัวหน้าพึงกล่าวคำอภิวาทนำดังต่อไปนี้
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา                    พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้
ถูกถ้วนแล้ว
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิฯ                      ข้าพเจ้าอภิวาทซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้ดีแล้ว
(กราบ ครั้ง)
สฺวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม                           พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว
ธัมมัง นะมัสสามิฯ                                           ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม
(กราบ ๑ ครั้ง)
สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ             พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิฯ                                               ข้าพเจ้านอบน้อมซึ่งพระสงฆ์
(กราบ ๑ ครั้ง)
หัวหน้าว่าคำบูชา
ยะมัมหะ โข มะยัง ภะคะวันตัง สะระณัง         เราเป็นผู้ถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดว่าเป็นสรณะ
คะตา(อุทิสสะ ปัพพะชิตา ) โย โน ภะคะวา     พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นศาสดาของเรา และ
สัตถา,ยัสสะ จะ มะยัง ภะคะวะโต ธัมมัง         เราชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด   
โรเจมะ, อิเมหิ สักกาเรหิ ตัง ภะคะวันตัง          เราตั้งใจบูชาซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น พร้อมสะสัทธัมมัง สะสาวะกะสังฆัง อภิปูชะยามะฯ      ทั้งพระธรรม พร้อมทั้งพระสงฆ์ ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้
 (หัวหน้านำ)
หันทะทานิ มะยันตัง ภะคะวันตัง วาจายะ       เชิญเถิด บัดนี้เราจงทำการนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า
อะภิตุง ปุพพะภาคะ นะมะการัง กะโรมะ เสฯ  นั้นอันเป็นส่วนเบื้องต้นเพื่อขับสรรเสริญด้วยวาจา
(รับพร้อมกัน)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต                                   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ             ซึ่งเป็นไปไกลจากกิเลส ตรัสรู้ได้โดยพระองค์เอง
( ๓ ครั้ง)
๑ พุทธาภิถุติ
(หัวหน้านำ)
หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เสฯ           เราทั้งหลายสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้ากันเถิด
โย โส ตะถาคะโต                                             พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด
อะระหัง                                                           เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ                                                เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน                                   เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต                                                             เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู                                                           เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ                        เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง                                   เป็นครูผู้สอนเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ                                                               เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวา                                                           เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์
โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง                พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงทำคาม
สะพฺหรห์มะกัง,                                               ดับทุกข์ให้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว
สัสสะมะนะพฺราหฺมะนิง ปะชัง สะเทวะ           ทรงสอนโลกนี้ พร้อมทั้งเทวดา มาร พรหม และ
มะนุสสังสะยัง อะภิญญา                                 หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์
 สัจฉิกัตฺวา ปะเวเทสิฯ                                     พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม
โย ธัมมัง เทเสสิ                                               พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ทรงแสดงธรรมแล้ว
อาทิกัลยาณัง                                                    ไพเราะในเบื้องต้น
มัชเฌกัลป์ยาณัง                                              ไพเราะในท่ามกลาง
ปะริโยสานะกัลยาณัง                                       ไพเราะในที่สุด
สาตถึง สะพฺยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง       ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบัติ
ปะริสุทธัง พฺรหมะจะริยัง ปะกาเสสิ                อันประเสริฐบริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง
พร้อมอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ
ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ                 ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า
(กราบ ระลึกถึงพระพุทธคุณ
๒ ธัมมาภิถุติ
(ห้วหน้านำ)
หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เสฯ            เราทั้งหลายสวดสรรเสริญพระธรรมคุณกันเถิด
(รับพร้อมกัน)
โย โส สฺวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม                 พระธรรมนั้นใด เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก                                                       เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก                                                          เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก                                                       เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก                                                     เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญหิ                            เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัวเป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ                           ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิฯ                     ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้นด้วยเศียรเกล้าฯ
 (กราบระลึกถึงพระธรรมคุณ)
๓ สังฆาภิถุติ
(หัวหน้านำ)
หันทะ มะยัง สังฆา ภิถุติง กะโรมะ เสฯ           เราทั้งหลายสวดสรรเสริญพระสังฆคุณกันเถิด
(รับพร้อมกัน)
โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ  สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,        สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเข้าหมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,    สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด
ปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,    สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้วยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคคานิ                                    คู่แห่งบุรุษ คู่
อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา                                       นับเรียงตัวบุรุษได้ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,                      นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย,                                                       เป็นสงฆ์ควรแก่การสักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย,                                                      เป็นสงฆ์ควรแก่การสักการะทีเขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย,                                                     เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
อัญชะลีกะระณีโย,                                            เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ                 เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,                         ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ                        ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้นด้วยเศียรเกล้าฯ
(กราบระลึกพระสังฆคุณ)
จบ
ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถา         คาถานอบน้อมพระรัตนตรัย
(หัวหน้านำ)
หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะ              เรามาสวดนอบน้อม
คาถาโย            เจวะสังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ     พระรัตนตรัยและปลงธรรม
ภะณามะ เส                                                      สังเวชกันเถิด
(รับพร้อมกัน)
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว                  พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ
โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน,              พระองค์ใด มีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจดถึงที่สุด
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก,                      เป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาปและอุปกิเลสของโลก
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,                ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นโดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน,                   พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีบ
โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก,                 จำแนกประเภทคือมรรค ผล นิพพาน ส่วนใด
โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน,                  ซึ่งเป็นตัวโลกุตตระ และส่วนใดที่ชี้แนวแห่งโลกุตตระนั้น
วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง                  ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้นโดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
ส้งโฆ สุเขตตาภฺยะติเขตตะสัญญิโต,                พระสงฆ์เป็นนาบุญอันยิ่งใหญ่กว่านาบุญอันดีทั้งหลาย
โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก,                    เป็นผู้เห็นพระนิพพาน ตรัสรู้ตามพระสุคต หมู่ใด
โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส,                        เป็นผู้ละกิเลสเรื่องโลเล เป็นพระอริยเจ้ามีปัญญาดี
วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง                 ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้นโดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง.                      บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสาม คือ พระรัตนตรัย
วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง,                 อันควรบูชายิ่งโดยส่วนเดียว ได้กระทำแล้ว
เป็นอย่างยิ่งเช่นนี้นี้
ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัตตะวา,            ขออุปัทวะ (ความชั่ว) ทั้งหลาย จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย 
มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา.                ด้วยอำนาจความสำเร็จ อันเกิดจากบุญนั้น
สังเวคะปะริทีปะกะปาฐะ
อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน                        พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้เป็นไปไกลจากกิเลส
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ                                  ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เองและพระธรรมที่ทรงแสดง
ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก                              เป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์
อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก,                             เป็นเครื่องสงบกิเลส เป็นไปเพื่อพระนิพพาน
สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต,                       เป็นไปเพื่อความรู้พรอมเป็นธรรมที่พระสุคตประกาศ
มะยันตัง ธัมมัง สุตฺวา เอวัง ชานามะ,              เราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้วจึงได้รู้อย่างนี้ว่า
ชาติปิ ทุกขา,                                                   แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์
ชะราปิ ทุกขา,                                                  แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์
มะระณัมปิ ทุกขัง,                                            แม้ความตายก็เป็นทุกข์
โสกะปริเทวะทุกขะ                                          แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบาย
โทมะนสสุปายาสาปิ ทุกขา,                             กาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข,                             ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์
ปืเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข                                   ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นทีรักที่พอใจก็เป็นทุกข์
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง                     มีความปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น ก็เป็นทุกข์
สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา,           ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง เป็นตัวทุกข์
เสยยะถีทัง,                                                      ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ
รูปูปาทานักขันโธ                                            ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือรูป
เวทะนูปาทานักขันโธ,                                     ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือเวทนา
สัญญูปาทานักขันโธ,                                       ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือสัญญา
สังขารูปาทานักขันโธ,                                     ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือสังขาร
วิญญาณูปาทานักขันโธ,                                  ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือวิญญาณ
เยสัง ปะริญญายะ,                                           เพื่อให้สาวกกำหนดรอบรู้อุปาทานขันธ์เหล่านี้เอง
ธะระมาโน โส ภะคะวา,                                   พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเมื่อทรงพระชนม์อยู่
เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ,                            ย่อมทรงแนะนำสาวกทั้งหลายเช่นนี้เป็นส่วนมาก
เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต                อนึ่ง คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อม
สาวะเกสุ อะนุสาสนี พะหุลา ปะวัตตะติ,         เป็นไปในสาวกทั้งหลาย ส่วนมาก มีส่วนคือการ
จำแนกอย่างนี้ว่า
รูปัง อะนิจจัง,                                                  รูปไม่เที่ยง
เวทะนา อะนิจจา                                             เวทนาไม่เที่ยง
สัญญา อะนิจจา,                                              สัญญาไม่เที่ยง
สังขารา อะนิจจา,                                            สังขารไม่เที่ยง
วิญญาณัง อะนิจจัง,                                         วิญญาณไม่เที่ยง
รูปัง อะนัตตา,                                                  รูปไม่ใช่ตัวตน
เวทะนา อะนัตตา                                             เวทนาไม่ใช่ตัวตน
สัญญา อะนัตตา,                                              สัญญาไม่ใช่ตัวตน
สังขารา อะนัตตา,                                            สังขารไม่ใช่ตัวตน
วิญญาณัง อะนัตตา                                          วิญญาณไม่ใช่ตัวตน
สัพเพ สังขารา อะนิจจา                                   สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ.                                  ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่ตัวตนดังนี้
เต(ตา) มะยัง โอติณณามะหะ,                          พวกเราทั้งหลายเป็นผู้ถูกครอบงำแล้วด้วย
ชาติยา,                                                                        โดยความเกิด
ชะรามะระเณนะ,                                             โดยความแก่ และความตาย
โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ           โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบาย
อุปายาเสหิ,                                                      กาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ทั้งหลาย
ทุกโขติณณา,                                                   เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว
ทุกขะปะเรตา,                                                   เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว
อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ                         ทำไฉน การทำที่สุดแห่งทุกทั้งสิ้นนี้ จะพึง
ทุกขักขันธัสสะอันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ.       ปรากฏชัดแก่เราได้
(ฆราวาส เว้นตรงนี้ไปสวดต่อด้านท้ายสุด)
จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง                  เราทั้งหลาย อุทิศเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้
อุททิสสะ อะระหันตัง สัมมาสัมพุทธัง,            ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ขอบได้โดยพระองค์เอง แม้
สัทธา อะคารัสฺมา อะนะคาริยัง ปัพพะชิตา,     ปรินิพพานนานแล้วพระองค์นั้นเป็นผู้มีศรัทธา
ออกบวชจากเรือน ไม่เกี่ยวข้องกับเรือนแล้ว
ตัสฺมิง ภะคะวันติ พฺหรหฺจะริยัง จะรามะ,         ประพฤติอยู่ซึ่งพรหมจรรย์
ในพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ภิกขูนัง     (สามะเณรานัง)                               ถึงพร้อมด้วยสิกขาและธรรมเป็นเครื่องเลี้ยง
 สิกขาสาชีวะสะมาปันนา,                               ชีวิตของภิกษุทั้งหลาย
ตัง โน พฺรหฺมจะริยัง อิมัสสะ เกวะลัสสะ          ขอให้พรหมจรรย์ของเราทั้งหลายนั้น จงเป็นไป
ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ.       เพื่อทำการที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นเทอญ.
(ฆราวาส สวดดังนี้)
จิระปะรินิพพุต้มปิ ตัง ภะคะวันตัง                  เราทั้งหลายขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์
สะระณังคะตา,                                                 นั้นแม้ปรินิพพานนานมาแล้วว่าเป็นสรณะ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ,                                 พร้อมทั้งถึงซึ่งพระธรรมและถึงซึ่งพระสงฆ์
ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะภาสติ               จักทำในใจอยู่ปฏิบัติตามอยู่ซึ่งคำสอนของพระผู้
ยะถาพะลังมะนะสิกะโรมะ,                             มีพระภาคเจ้านั้นตามสติกำลัง
อะนุปะฏิปัชชามะสา สา โน ปะฏิปัตติ,            ขอให้การปฏิบัตินั้นๆ ของเราทั้งหลาย
อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ                 จงเป็นไปเพื่ออันทำที่สุด
อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุฯ                              แห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นเทอญ
ตังขณิกปัจจเวกขณะปาฐะ
(หัวหน้ำนำ)
หันทะ มะยัง ตังขะณิกปัจจเวกขณะปาฐัง       เราทั้งหลายจงสวดตังขณิกปัจจเวกขณะปาฐะ
ภะณามะ เสฯ                                                   กันเถิด
(รับพร้อมกัน)
.ว่าด้วยจีวร
ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ,             เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วนุ่มห่มจีวร
อุณหัสสะ ปฏิฆาตายะ                                     เพื่อบำบัดความร้อน
ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ,                    เพียงเพื่อบำบัดความหนาว
ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะ                เพื่อบำบัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลมแดด
สัมผัสสานังปะฏิฆาตายะ                                และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย
ยาวะเทวะ หิริโกปินะปฏิจฉาทะนัตถัง            และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะ อันให้เกิดความละอาย
.ว่าด้วยบิณบาตร
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑปาตัง ปะฏิเสวามิ       เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต
เนวะทะวายะ,                                                  ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน
นะ มัณฑะนายะ,                                              ไม่ให้เป็นไปเพื่อความประดับ
นะ วิภูสะนายะ,                                               ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง
ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา,                  แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้
ยาปะนายะ.                                                      เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ
วิหิงสุปะระติยา,                                              เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย
พฺรหฺมะจะริยานุคคาหายะ,                              เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์
อิติ ปูรานัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ,               ด้วยอาการทำอย่างนี้ เราย่อมระงับเสียได้ซึ่ง
ทุกขเวทนาเก่าคือความหิว,
นะวัญจะ เวทะนัง อุปปาเทสสามิ,                   และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น
ยาตฺรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา           อนึ่ง ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตตภาพนี้
จะ ผาสุวิหาโรจาติ                                           ด้วยความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย และความ
๓.ว่าด้วยเสนาสนะ
ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ        เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วใช้สอยเสนาสนะ
ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ,                    เพียงเพื่อบำบัดความหนาว
อุณฺหัสสะ ปะฏิฆาตายะ,                                  เพื่อบำบัดความร้อน
ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิงริงสะปะ              เพื่อบำบัดสัมผัสกันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด
สัมผัสสานังปะฏิฆาตายะ                                และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย
ยาวะเทวะ อุตุปริสสะยะวิโนทะนัง                  เพียงเพื่อบรรเทาอันตรายอันจะพึงมีจากดินฟ้า
ปะฏิสัลลานารามัตถัง,                                     อากาศ และเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้
ในที่หลีกเร้นสำหรับภาวนา
๔.ว่าด้วยคิลานเภสัข
ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะ      เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วบริโภคเภสัช
ปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ,                                   บริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้
ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง         เพียงเพื่อบำบัดทุกขเวทนาอันบังเกิดขึ้นแล้ว มี
เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ,                                อาพาธต่างๆ เป็นมูล
อัพฺยาปัชฌะปะระมะตายาติ,                           เพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียน เป็นอย่างยิ่ง ดังนี้
อภิณหะปัจจะเวกขณะปาฐะ
หันทะ มะยัง อะภิณหะปัจจะเวปขณะปาฐัง     เชิญเถิด เราทั้งหลาย มาสวดอภิณหปัจจเวกขณะปาฐะ
ภะณามะ เส                                                      กันเถิด
ชราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะตีโต                          เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
พฺยาธิธัมโมมหิ พฺยาธิง อะนะตีโต,                   เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้
มะระณะธัมโมมหิ มะระณัง อะนะตีโต เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ                             เราจะละเว้นเป็นต่างๆ คือว่าพลัดพรากจากของรัก
นานาภาโว วินาภาโภ                                       ของเจริญใจทั้งหลายทั้งปวง
กัมมัสสะโกมหิ                                                 เรามีกรรมเป็นของ ตน
กัมมะทายาโท                                                  เราเป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ                                                        เรามีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ                                                       เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระโณ,                                         เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะรัสสามิ,                                        เราจักทำกรรมอันใดไว้
กัลป์ยาณัง วา ปาปะกังวา,                               ดีหรือชั่วก็ตาม
ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามิ                                เราจักเป็นผู้รับผลของกรรม
เอวัง อัมเหหิ อะภิณหัง ปัจจะเวขิตัพพัง          เราทั้งหลายพึงพิจารณาอย่างนี้ทุกวันๆ เทอญ

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ยักษ์ ตืน

ยักษ์ตื่น ถือกระบองพร้อมตีได้เสมอ แต่เมื่อมันอยู่ท่านี้นานๆ เข้ามันก็เหนือย กลายเป็นยักษ์หลับไปได้เหมือนกัน
ยักษ์ตนนี้ ถ่ายภาพไว้เมือตอนติดตามพระอาจารย์ พระครูประกาศพุทธพากย์ไปสืบพระพุทธศาสนาที่เขตปกครองตนเอง สิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน

ยักษ์หลับ เมืองเชียงรุ้ง สิบสอบปันนา

ยักษ์ตนนี้ เฝ้าอยู่ที่วัดใหญ่ไทลื้อ เมืองเชียงรุ้ง เขตปกครองตนเอง สิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน
ถ่ายไว้เมื่อคราวที่ท่านอาจารย์ พระครูประกาศพุทธพากย์แห่งวัดพระธรรมจักร อัญเชิญพระธาตุไปประดิษฐานไว้ที่แคว้นสิบสองปันนาแห่งนี้

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Invitation to join us for celebrating the ending of year 2011

Invitation to join us for celebrating the ending of year 2011


and welcoming New Year of 2012

At Wat Yarnna Rangsee Buddhist Monastery

Sterling, Virginia

December 31, 2011 thru January 1, 2012

******************

Wat Yarnna Rangsee Buddhist Monastery is warmly willing to invite all Buddhists and the public to join in celebration of the end of the current year and welcoming of the New Year of 2012 for the sake of our great benefit and happiness physically as well as spiritually scheduled as follows:



Saturday, December 31, 2011



01:00-06.00 pm.Register for the eight precepts observance of the white-robed laypersons

07:00 pm.Buddhists and white-robed laypersons participate in Dhamma Practice

08:00 pm.Monks and laypersons join in evening chanting

08.19-11.59 pm.Chanting in praise of the Buddha, the Dhamma and the Sangha’s Great Virtue, Ten Perfections,

Verses of Jinabanjara and Smaller Victory

12:00 pm. Monks chant the Victory Blessing Holy stanzas and wish all participants for welcoming New Year, 2012

12.19 am. Participants join in New Year raffle-drawing



Sunday, January 1, 2012



10:19 am. Paying homage to the Triple Gem, observing Precepts and the monks chant

Victory Blessing Holy Stanzas, offering the suffron robe to the Principal Buddha Image

10:49 am. A chapter of Buddhist monks collect alms-food

10:59 am. Lunch offering to Buddhist monks

11.59 am. All participants enjoy self-served lunch

12:59 pm. All participants join in Dhamma talk on New Year's Day

01:29 pm. Offering gifts and the requisite to the monks followed by the monks blessing and closing ceremony.



On this auspicious occasion, Wat Yarnna Rangsee Buddhist Monastery welcomes all people to celebrate the New Year 2012 for the sake of the highest blessings for you and your better life. May all of you meet with the Fourfold Blessing, that is, Longevity, Beauty, Happiness and Health, plus sagacity and success on your duties at all times. Note: Those who have certain amulets and need their own amulets to be consecrated on this special occasion are advised to bring such items to the temple prior to the main event schedule. For more information, please contact: 703-406-8290 or 571-233-3439

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2554

View chao phaya river แม่น้ำเจ้าพระยา on Shareapic.net

View chao phaya river แม่น้ำเจ้าพระยา on Shareapic.net

View cultural park พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง on Shareapic.net

View cultural park พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง on Shareapic.net

View ชูชกท้องแตก suzaka broken belly on Shareapic.net

View ชูชกท้องแตก suzaka broken belly on Shareapic.net

View abbot watmakutkasatriyaram เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม on Shareapic.net

View abbot watmakutkasatriyaram เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม on Shareapic.net

View proverbs สุภาษิต on Shareapic.net

View proverbs สุภาษิต on Shareapic.net

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

venerable Acharya Buddharakkhita thera พระพุทธรักขิตเถระ

Venerable Acharya Buddharakkhita thera, the meditation master, at mahabhodhi society , Bangalore , India.

ฤาษีเกศแก้ว.wmv

ฤาษีเกศแก้ว.wmv
ฤาษีตนนี้ มาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม งานบำเพ็ญกุศลถวายสมเด็จอาจารย์ สมเด็จพระญาณวโรดม วัดเทพสิรินทราวาส ผมเองได้พบฤาษึตนนี้ในคราวที่ไปงานพระราชทานเพลิงศพพระเดชพระคุณพระราชวรญาณมุนี ( พระมหาสุจินต์ วิเสโส) วัดพิศาลรัญญาวาส จ.หนองบัวลำภู กับพระอาจารย์ พระครูประกาศพุทธพากย์

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

พระธาตุปางเยอ phradhatpangyer

พระธาตุปางเยอ phradhatpangyer
พระธาตุปางเยอ เป็นพระธาตุบรรจุพระธาตุเกศาของพระพุทธเจ้า เป็นพระธาตุคู่เมืองเชียงรุ้งแต่โบราณ ตั้งอยู่บนยอดเขา ใจกลางเมืองเชียงรุ้ง หลังจากที่รัฐบาลสมัยเหมาเจ๋อตุงได้ยึดเป็นของรัฐ มาบัดนี้ ได้มีการจัดตั้งเขตปกครองตนเอง สิบสองปันนาขึ้น ผู้บริหารเขตปกครองตนเอง สิบสองปันนาจึงดำริ ถวายวัดและธรณีสงฆ์ต่างๆ กลับคืนให้แก่พระพุทธศาสนาต่อไป พระธาตุปางเยอ ได้รับการถวายคื่นแล้ว โดยพระอาจารย์ ขง แห่งวัดเชียงป้อม เมืองเชียงรุ้งเป็นผู้เช๊นต์รับมอบ
มาบัดนี้ จะต้องมีการซ่อมแซม
๑ พระบรมธาตุ
๒ พระวิหาร
๓ พระอุโบสถ
ซึ่งเก่าชำรุดไปตามกาลเวลา
หากท่านผู้ใจมีจิตศรัทธา อยากจะทำบุญในการบูรณะซ่อมแซมถาวรวัตถุของสงฆ์เพื่อดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาในแคว้นไทเดิม อันสืบเนื่องมาแต่เมืองหนองแส มาจนถึงเมืองเชียงรุ้งแห่งนี้ อันมีท่านขุมบรมราชาธิราชสถาปนาไว้แต่โบราณเพื่อลูกหลานไท หากจะไปเยี่ยมชมก็ปรึกษากันได้ โดยมีพระอาจารย์ขงแห่งวัดเชียงป้อม แห่งเมืองเชียงรุ้งยินดีให้การต้อนรับทุกท่าน
เดินทางจาก กทม ถึง เชียงรุ้งสะดวกมีถนนถึงกัน หรือทางอากาศก็มีสายการบิน china airline จากสุวรรณภูมิ - เชียงรู้ง ประจำ
ในภาพพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ กับพระอาจารย์ขง ได้ไปบำเพ็ญสมาธิภาวนาที่พระธาตุปางเยอ และ ท่านก็รับปากกับพระอาจารย์ขง ว่าจะให้ความอุปถัมภ์ช่วยเหลือในการบูรณะซ่อมแซมด้วย

สมลักษณ์ วันโย
ผู้แจ้งข่าว

ภาพนครธม nakonthom pic

ภาพนครธม nakonthom pic
pic from nakornthom or ankor at siamriap,kampucha
ภาพนครธม แห่งเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

ภาพผนังวิหารวัดมกุฏกษัตริยาราม

ภาพผนังวิหารวัดมกุฏกษัตริยาราม
pic on the wall of vihara watmakutkasatriyaram,bangkok,Thailand.

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

View pic from Thailand 2 on Shareapic.net

View pic from Thailand 2 on Shareapic.net

View pic from Thailand on Shareapic.net

View pic from Thailand on Shareapic.net

View ภาพจากสนามหลวง pic from bangkok,Thailand on Shareapic.net

View ภาพจากสนามหลวง pic from bangkok,Thailand on Shareapic.net

View ภาพจากทุ่งพระสุเมร pic from phrasumeru,bangkok,Thailand on Shareapic.net

View ภาพจากทุ่งพระสุเมร (สนามหลวง)pic from phrasumeru,bangkok,Thailand on Shareapic.net

View อัญเชิญพระบรมธาตุสู่สถานปฏิบัติธรรมภูเขาคว�� on Shareapic.net

View อัญเชิญพระบรมธาตุสู่สถานปฏิบัติธรรมภูเขาคว�� on Shareapic.net

View อัญเชิญพระบรมธาตุสู่ สปป.ลาว โดย พระอาจารย์พร� on Shareapic.net

View อัญเชิญพระบรมธาตุสู่ สปป.ลาว โดย พระอาจารย์พร� on Shareapic.net

View morning sky ฟ้ายามเช้า on Shareapic.net

View morning sky ฟ้ายามเช้า on Shareapic.net

View pay respect to the teacher กราบนมัสการพระอาจารย์ พระครูประกาศ� on Shareapic.net

View pay respect to the teacher กราบนมัสการพระอาจารย์ พระครูประกาศ� on Shareapic.net

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

View pay respect to the teacher กราบนมัสการพระอาจารย์ พระครูประกาศ� on Shareapic.net

View pay respect to the teacher กราบนมัสการพระอาจารย์ พระครูประกาศ� on Shareapic.net
pic taken at chiangkhang district of sibsongpanna,china.

View ตีกลอง playing drum on Shareapic.net

View ตีกลอง playing drum on Shareapic.net
drum playing, pic from chiengkhang of sibsonpanna,china

ตีกลองประกาศเมื่อมีเหตุการ์สำคัญ

เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ก็จะมีการตึกลองแบบที่เห็นนี่แหละครับ เพิ่อส่งสัญญาณบอกให้ประชาชนได้รู้ เช่น มีพระเถระผู้ใหญ่มาเยี่ยม หรือมีเรืองความเป็นความตาย หรือเรืองสำคัญอื่นๆ ก็จะมีการตีกลองบอกกล่าว  วันนี้พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์
มาเยี่ยมจึงได้ตีกลองประกาศให้ประชาชนได้ทราบ

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

View dai house pole เสาบ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai house pole เสาบ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai carry wood ไม้คานไทลื้อ on Shareapic.net

View dai carry wood ไม้คานไทลื้อ on Shareapic.net

View dai house gate ประตูบ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai house gate ประตูบ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai ladder บรรใดบ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai ladder บรรใดบ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai house บ้านไทลื้อ on Shareapic.net

View dai house บ้านไทลื้อ on Shareapic.net

เทพธิดาแห่งขุนเขา goddess of the mountain


เทพธิดาแห่งขุนเขา เป็นภาพที่พวกเราไปเยี่ยมวิมานแห่งเทพธิดาผู้ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์แก่คณะภาวนาที่ไปภาวนาอยู่ยอดเขาแห่งนี้ และเกิดมีปัญหาเรืองการหลงป่าขึ้น เทพธิดาผุ้ใจงามได้มานำทางให้สามเณรผุ้หลงป่าสามารถเดินทางไปถึงสถานที่ภาวนาบนยอดเขาได้โดยปลอดภัย พระอาจารย์จึงได้ให้ซื้อผ้าแดงไปผุกไว้ที่นี่เพื่อแสดงความขอบคุณ
pc show our meditation team went to say the word of thanks to the goddess who helped the novice who lost in the forest be able to reach the meditation place at the top of the mountain.

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

คางคกขึ้นวอ toad on palanquin

คางคกขึ้นวอ หมายถึงคนต่ำต้อยแต่ไม่รู้จักฐานะของตน

ชูชก zuzok

ชูชกเป็นสัญลักษณ์ของคนไม่ดี zuzok is the symbol of bad man

เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า write with hand and erase with feet

เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า หมายถึงการกล่าวคำใดๆ แล้วไม่ปฏิบัติตามนั้น

ขอมดำดิน khom comes undergroung

ขอมดำดิน หมายถึงการทำงานลับไม่ให้ใครรู้ it refers to the secret work.

ขว้างงูไม่พ้นคอ throw the snake not bayone the neck

ขว้างงูไม่พ้นคอ หมายถึงการแก้ปัญหาที่ไม่รอบคอบ ทำให้กลับเพิ่มปัญหาเข้าไปอีก

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง แต่การแต่งของคนมีทั้งการแต่งภายในอันได้แก่จิตใจ และ แต่งภายนอกอันได้แก่เครืองแต่งกายต่างๆ

กลิงครกขึ้นเขา roll the mortar up to the mountain

กลิ้งครกขึ้นเขา ท่านเปรียบเหมือนการทำงานที่ยากแต่ก็อดทนขยันหมั่นเพียรให้สำเร็จให้จงได้ 

กิ้งก่าได้ทอง lizard get gold

กิ้งก่าได้ทอง หมายถึง ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนอุ้มชูจากคนอื่น ภายหลังแม้จะมีทรัพย์เพียงน้อยนิดก็อวดดีว่าตนยิ่งใหญ่ ไม่รู้จักสัมมาคารวะ ในที่สุดก็ถูกผู้มีอำนาจเหนือกว่า ลงทัณฑ์ถึงตาย เพราะความโง่ของตน

เปรตจรเข้ crocodile peta

ผู้ที่ก่อเรืองกับคนอื่นอยู่เสมอ เป็นบาปกรรมตกนรกเป็นเปรตจรเข้  one who makes the other suffer is punished in the hell as the spirite of crocodile or crocodile peta.

เปรตม้า horse peta

ผู้ละทิ้งหน้าที่เพราะเล่นการพนันเป็นบาปกรรมทำให้ต้องไปตกนรกเป็นเปรตม้า one who abandons of duty because of gambling is punished in the hell as the spirite of horse or horse peta.

เปรตกุ้ง curstaceans peta

ผู้เสพยาเสพติดและของมึนเมา เป็นบาปกรรมทำให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตกุ้ง one who gets involve with the habbit performance drugs and intocxicants is punished in the hell as the curstaceans.

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

เปรตงู snake peta

บุคคลผู้มีปกติหลอกลวงผู้อื่น เป็นบาปกรรมทำให้ได้รับความทุกข์ทรมาณในนรกเป็นเปรตงู
one who deceives the others is punished in the hell as the spirite of snake.

สกลพระธาตุเชิงชุม สกลนคร 16-3-54

สกลพระธาตุเชิงชุม สกลนคร 16-3-54
ภาพบริเวณพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร 6-3-54 คราวติดตามพระอาจารย์ พระครูวินัยธรสวัสดิ์ ญาณพโล

ภาพจากวัดปู่เสือ photos from watpoosua

ภาพจากวัดปู่เสือ photos from watpoosua
บันทึกภาพนี้ไว้เมื่อคราวติดตามพระอาจารย์ พระครูวินัยธรสวัสดิ์ ญาณพโล ไปเยี่ยม พระอาจารย์ ปู่เสือที่จังหวัดสกลนคร

พระธาตุปางเยอ phradhatpangyer

พระธาตุปางเยอ phradhatpangyer

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

พระธาตุสู่ประเทศลาว

พระบรมธาตุที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกได้มอบให้ท่านอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ในฐานพระธรรมทูตสายต่างประเทศ อัญเชิญไปถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช สปป.ลาวที่นครเวียงจันทน์ และได้แบ่งส่วนหนึ่งอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่สถานปฏิบัติธรรม ภูเขาควาย

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

เปรตคางคก toad peta

นักบวชทำทุจริตต่อหน้าที่ เป็นบาปกรรม ทำให้เกิดวิบากไปเกิดในนรกเป็นเปรตคางคก
 a person who is ascetics being dishonest to his duties is punished in the hell as the spirit of toad or toad peta.

เปรตพญานาค snake peta

ผู้รับจ้างวางเพลิง เป็นบาปกรรม นำผลอันเป็นวิบากไปเกิดในนรก เป็นเปรตพญานาค a person who is employed to put fire to the other property is punished in the hell as the spirit of snake or snake peta.

เปรตเป็ด duck peta

บุคคลผู้ยุแหย่ให้คนอื่นทะเลาะกัน เป็นบาปกรรม นำผลอันเป็นวิบากกรรมให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตเป็ด   a person who instigates the others to have a braws is punished in the hell as the spirit of duck or duck peta.

เปรตกระต่าย rabbit peta

ผู้ชอบอิจฉาริษยาผู้อื่น เป็นบาปกรรม นำผลอันเป็นวิบากให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตกระต่าย  a person who jealous the other is punished in the hell as the spirit of the rabbit or rabbit peta.

เปรตเต่า tertoise peta

บุคคลผู้แย่งอำนาจหน้าที่การงานของผู้อื่น เป็นบาปกรรม นำผลคือวิบากให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตเต่า     a person who underminds the other authority or duties is punished in the hell as the spirit of  tertoises.

เปรตเสือ tiger peta

ผู้ลืมบุญคุณผู้มีพระคุณ เป็นบาปกรรม นำผลเป็นวิบากให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตเสือ  a person who forgets the other services performed is punished in the hell as the spirit of tiger or tiger peta.

เปรตปลา fish peta

ผู้ขโมยจับสัตว์น้ำ เป็นบาปกรรม แสดงวิบากอันเป็นผลทำให้ต้องไปเกิดในนรกเป็นเปรตปลา a person who steals aquatic animals is punished in the hell as the spirit of fish or fish peta.

เปรตวัว bull peta

ผู้ค้ายาเสพติด เป็นบาปกรรม ทำแล้วได้รับผลวิบากกรรมทำให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตวัว
 a person who trads with  the addicting drug will be punished in the hell as the spirit of bull.

เปรตกวาง deer peta

ผู้ฆ่าสัตว์ป่า เป็นบาปกรรมตายไปเกิดเป็นเปรตกวาง the one who kills the forest animal will be born in the hell as the spirit of deer.

ประวัติ พระครํวินัยธรอุดม อุตตมสีโล( สมณะ) เจ้าอาวาสวัดญาณรังษี

ประวัติ พระครํวินัยธรอุดม อุตตมสีโล( สมณะ) เจ้าอาวาสวัดญาณรังษี

คำสั่งพญายม command from yama king

คำสั่งของท่านพญายม ท่านเตือนให้ทุกคนมั่นทำคุณงามความดีเอาไว้
warning from yama king to get all of us to do good.

เปรตหมู pig peta

ผู้กระทำฉ้อราษฎร์ บังหลวง กดขี่ข่มเหงราษฎร์ให้ได้รับความเดือนร้อนเป็นบาปกรรมอันชั่วร้ายตายไปตกนรกเป็นเปรตหมู the one who corrupts the public and people is call the bad deed performed will be born in the hell as the spirit of pig or pig peta getting the total suffering all the time. 
ผู้ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นเป็นบาปกรรม นำให้เกิดวิบากให้ไปเกิดในนรกเป็นเปรตหมา ได้รับความทุกข์ทรมาณหาประมาณมิได้ มีระยะเวลาอันยาวนานแสนนาน the one who created the distrubs creating suffering to the other will be born in the hell as the spirit of dog or peta dog.

เปรตหนู rat peta

ผู้ที่ทำลายข้าวของผู้อื่น เป็นบาปกรรมทำให้ได้รับผลคือวิบากต้องไปเกิดในนรกเป็นเปรตหนู ได้รับความทุกข์ทรมาณหาประมาณมิได้ ตลอดเวลา  ones who destroyed the property of the other ,after death will be born in the hell as rat peta get all total suffering without any time to rest.


cock peta เปรตไก่



บาปกรรมเกดิดเจากการผิดประเวณีกับบุคคลต้องห้ามต้องตกนรก เสวยทุกข์ทรมาณเป็ตเปรตไก่ จนกว่าจะสิ้นกรรม

เปรคนก bird peta

ขโมยข้าวคนอื่นจะด้วยกโลบายใด ๆก็ตาม เป็นบาปกรรม มีวิบากทำให้ตกนรกเป็นเปรตนก

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

นรก hell

นรกนั้น เป็นสถานที่อยู่ของผู้ทำกรรมชั่วด้วย กาย วาจา ใจ อันประกอบด้วย
๑ กายทุจจริต ๓ ได้แก่  ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม
๒ วจีทุจริต ๔ ได้แก่ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
๓ มโนทุจจริต ๓ ได้แก่ โลภอยากได้ของเขา คิดประทุษร้ายเขา เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม
กรรมเหล่านี้เมือทำแล้วก็ต้องไปตกนรก เป็นเวลานานแสนนาน จึงจะพ้นจากกรรมชั่วนั้นได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใด ยาก ดี มี จน ไม่มีใคร หรือผู้ใด พ้นจากกฏแห่งกรรมนี้ได้
คนโง่หรือที่บัณฑิตท่านเรียกว่า คนพาลสันดานหยาบนั้นคิดว่า การทำกรรมชั่วดี เหมือนของหวานที่เจือด้วยยาพิษ คือเห็นชั่วเป็นดี เห็นดีเป็นชั่ว เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาของตน จึงได้ทำบาปกรรมนั้นๆ แล้วก็ได้รับผลแห่งวิบากกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนบัณฑิตผู้มีปัญญาก็สร้างแต่กรรมดี อันเว้นจากทุจจริตทั้ง ๓ ประการนั้น ก็ได้รับวิบากแห่งกรรมดี มีสุคคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า