พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยือนเมืองจีน ขณะนี้กำลังยืนอยู่ริมฝั่งแม้น้ำที่กั้นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า ด้านหลังของพระอาจารย์คือพม่ามองเห็นไกลๆคือวัดเ จะมีทางถนนเหฌนภิกษุสามเณรปั่นจักรยานตามกันมาเป็นแถวทางฝั่งพม่า ที่ีเมืองด้านที่เป็นแผ่นดินจีน ตามร้านค้าตรงนี้จะมีสิ้นค้าจากประเทศไทยขายอยู่เป็นจำนวนมาก
สาระธรรมเพื่อชาวพุทธ buddha dhamma for all .....วัดพระธรรมจักร อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี tel. 081-7629912 ......blog master: Somlak wanyo กรรมการที่ปรึกษาและผู้ประสานงานประจำประเทศไทย วัดญาณรังษี สหรัฐอเมริกา tel. 081-8307986 email: hs4dor@gmail.com ท่านที่ต้องการแปลบทความเหล่านี้เป็นภาษาต่างๆ โปรดเลือกแปลได้ที่ "แปลข้อความ" ทางหน้าเพจนี้ anyone who want to translate this blog to your own language,please do it at the end ot this page below
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ฉ้อราษฏร์บังหลวงตกนรก
วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ประสบการณ์ภาวนา ๖
หากเราต้องการจะไปภาวนาห่างจากศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาแล้ว จะต้องขึ้นไปภาวนาบนต้นไม้แบบนี้ เพราะข้างล่างเต็มไปด้วยทาก อาจจะดูดเลือดถึงตายได้
ประสบการณ์ภาวนา๕
นี่คือศาลาปฏิบัติธรรมบนเขาชมพู่ อากาศปลอดโปร่งดี เหมาะสมในการภาวนาเป็นอย่างยิ่ง ที่หลวงตาพระอาจารย์ช่วน เจ้าของฉาลาปลักขลิกอันลือลั่นเคยมาพักปฏิบัติธรรที่นี่ จนในที่สุดสังขารสู้ไม่ไหวจึงได้ออกปากกับพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ว่าทผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว มอบให้ท่านมหารับผิดชอบ
ประสบการภาวนา ๔
บนยอดเขาชมพู่ ลานศาลาปฏิบัติธรรมจะมีรูปพระาษีหลายรูปด้วยกัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ส่วนมากเทพเจ้าผู้เป็นฤาษีท่านจะเป็นผู้ดูแลผู้มาปฏิบัติธรรมที่นี่ ด้วยความเมตตา เพราะเหตุนี้เองการปฏิบัติธรรมจึงเป็นสัปปายะและนับว่าเป็นสถานที่อันเป็นมงคลยื่งแห่งหนึ่ง ยืนใส่เสื้อสีขาวคือผู้เขียนเอง มีพระครูสิริธรรมวิเทศ พระอาจารย์วิชัยอยู่ด้านหลังข้างพระฤาษี
ประสบการภาวนา ๓
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ประถสบการภาวนา๒
เมื่อคราวบุกป่าผ่าดงดิบแห่งเขาชมพู่ติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ไปแสวงหาสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาตามป่าเขาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อขึ้นเขา หน้าที่ของทุกคนก็คตือเอาน้ำดื่มถือขึ้นไปด้วยทุกคน เพราะว่าแม้จะมีน้ำบนเขา แต่ก็เนื่องจากเป็นน้ำป่าอาจจะมีอันตรายอยู่ด้วยเกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆ เว้นเสียแต่ว่าจะต้องนำมาต้มให้เดือดเสียก่อนจึงฉันได้ สถานที่ภาวนาแห่งนี้ทำให้ผมได้เห็นนรกขี้เถ้าเป็นครั้งแรก โดยภายในจิตนั้นเหาะลงไปทางหลังเขาแล้วไปยังนรกขุมต่างๆที่จำได้ก็คือเมือเหาะผ่านไปมองลงไปข้างล่างเต็มไปด้วยขี้เถ้า มีความรู้ขึ้นมาว่านี่คือนรกขี้เถ้า ลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะเหาะข้ามไปดีไหมทแต่พอขยับจะเหาะข้ามปรากฏมีมือจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากขี้เถ้านั้นมาคว้ายังตัวเราเลยต้องรีบถอยหลังหนีมา นี่คตือประสบการเรื่องนรกขี้เถ้าในการมาภาวนาที่นี่
ประสบการภาวนาที่เขาชมพู่
เมื่อนานมาแล้วหากนับย้อนกลับไปก็ประมาณ ปี ๒๕๓๕ เมื่อพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ชักชวนเพื่อนสหธรรมมิกมีพระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศที่ยืนอยู่กลางในภาพ มีลุงภารโรงโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยารามที่กำลังถือด้ามจอบยืนด้านหน้า พร้อมด้วยผู้เขียนยืนอยู่ด้านหลัง ที่เรายืนอยู่เป็นพื้นที่ราบใกล้ๆศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาชมพู่ หากออกจากบริเวณตรงนี้ที่เป็นป่าดงดิบด้านหลังออกไป จะเป็นบริเวณป่าชื้น อุดมไปด้วยตัวทากดูดเลือดเป็นแสนเป็นล้านอาศัยอยู่ในป่านี้คอยดูดเลือดคนและสัตว์ที่ผ่านเข้าไป หากต้องการไปภาวนาในพื้นที่นอกจากตรงที่เราทำความสะอาดปัดกวาดดายหญ้าและเป็นพื้นดินที่แห้งตรงนี้แล้ว ต้องขึ้นไปทำห้างอยู่บนต้นไม้ เพื่อนั่งภาวนา ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะถูกทากมาดูดเลือดจนตายเดียว ส่วน้ำดื่มต้องสบายกันขึ้นไป เพราะน้ำข้างบนไม่เหมาะในการดื่ใแต่ใช้่สำหรับอาบได่ ห่างจากศาลาไปทางทิศตะวัีนตกประมาณ ๒๐ เมตร จะมีบ่อน่้ำเป็นแอ่งหิน ผู้คนเรียกบ่อน้ำนี้ว่า บ่อน้ำพระเจ้าตาก ส่วนเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากเป้นประการใดผู้เขียนก็ไม่สามารถสืบค้นนำมาเสนอได้ พระอาจารย์เล่าว่า สถานที่ปฏิบัีติธรรมบนเขาชมพู่แห่งนี้เป็นที่ร่ำลือกันมาแต่โบราณว่าเป็นสถานที่
บรรดาครูบาอาจารย์ในปางก่อนได้เคยมาอาศัยปฏิบัติธรรมแล้วได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจทุกท่าน จึงได้มาทดลองดูบ้าง ขณะนั้นได้มีหลวงตา ดร.ช่วน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลัดขิกก็มาปฏิบัติอยู่ที่นี่ด้วย ภายหลังได้บอกกับพระอาจารย์ว่า "ผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว ขอให้ท่านมหารับผิดชอบสถานปฏิบัติธรรมยอดเขาชมพู่ด้วยนะ" จากนั้นมาก็ได้อยู่ปฏิบัติที่นี่พร้อมพาคณะย้ายไปลองปฏิบับัติตามที่ต่างๆในเมือกเขาแห่งนี้ จนได้พบได้เห็นมีประสบการณ์น่านำมาเล่าก็คือเรนื่องเทพธิดาแห่งต้นตะเคียนใหญ่ เทพธิดาท่านนี้ได้มาสเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์อย่าางไร ก็คือคราสวหนึ่ง พระอาจารย์พาคณะขึ้นไปปฏิบัติธรรม โดยให้เณรเอาข้าวสารขึ้นไปต้มใส่น่ำเยอะๆ แบ่งกันกิน จนข้าวหมด ยังไม่อยากลงมา ก็เลยให้เณรลงมาเอาข้าวสารคนเดียว เณรลงมาหาหลวงตาที่สำนักเชิงเขาแล้วก็เอาข้าวขึ้นไป เกิดหลงป่า ใกล้มืดค่ำเข้าทุกที ในป่าก็อุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด มี เสือ หมูป่า หมี เป็นต้นท่องเที่ยวอยู่ในป่านี้ เมื่อจนตรอกหาทางทางไปไม่ได้หลงป่าจึงอธิษฐานขอเทวดาช่วย เทพธิดาท่านนี้จึงได้นำสามเณรขึ้นไปหาพระอาจารย์โดยปลอดภัย พวกเราจึงได้ไปเยี่ยมขอบคุณท่านที่ต้นตะเคียนใหญ่ท่านสิงสถิตอยู่ มีประสบการเกี่ยวกับการภาวนามากมาย มีเวลาจะได้เล่าให้ฟังอีก
วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ทิวทัศนฺเมืองเชียงขาง จีน
ขวามือคือวัดเชียงขาง มองลงไปด้าหน้าเป็นถนนหน้าวัดมีร้านอาหารและร้านขายของต่างๆเรียงกันไป มองไปตามถนนด้านซ้ายสุดเป็นทางที่เชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆและทางท้องถิ่นขึ้นไปบนยอดดอยที่สูงสุด เรียกว่าาดอยแขม วิถีชีวิตผู้คนในเมืองนี้เรียบง่ายแต่ทว่าเนื่องจากเป็นเมืองปลายแดน การปกครองใช้อำนาจปกครองของทหาร จากเมืองนี้ก็จะเป็นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า การคมนาคมไม่ค่อยสะดวกนักเพราะพื้นที่เต็มไปด้วยยอดเขาสูง หาที่ราบลุ่มได้ยาก อยู่ในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
วิถีพุทธเมืองจีน สิบสองปันนา
วันนี้เป็นวันมาฆะบูชา ๒๕-๒-๕๖ ทั่วประเทศไทยจัดกิจกรรมเพื่อศึกษาพระธรรมาคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มั่นคงอยูากับโลกมาเป็นเวลา ๒๕๖๐๐ ปี มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลกหาประมาณมิได้ การบำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา ได้มีการดำเนินต่อเนื่องกันมาไม่ขาดสาย โบสถ์ที่เห็นในภาพนั้นเป็นโบสถ์วัดเชียงขาง เมืองเชียงขาง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน บันทึกไว้เมื่อคราวติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยี่ยมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจีน (ไทลื้อ) ที่เห็นพากันนั่งประณมมือกัะนอยู่นั่นคือคนจีนแต่เชือชาติเป็นไทลื้อ ซึ่งมีควงามยึดมั่นนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดระยะ ๒๖๐๐ ปีที่ผ่านมา เพราะเหตุที่พระพุทธองค์ได้เคยเสด็จมาโปรดผู้คนในดินแดนแห่งนีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
หลังจากที่ได้ติดตามพระอาจารย์ไปเมืองจีนมาหลายครั้ง ก็สังเกตุเห็นความเป็นไปแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศจีนว่า การศึกษาหลักธรรมยังไม่มีอย่างกว้างขวาง และการปฏิบัติก็ยังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนมากก็พากันทำบุญกิริยาวัตถุคือทานเสียเป็นส่วนมาก ศีลและภาวนามีเป็นส่วนน้อย ที่เห็นนั่งอยู่นี้ประชาชนมาอนุโมทนาในการบวชพระ ซึ่งนั่งอยู่รอบๆโบสถ์ด้านนอก เพราะโบสถ์ส่วนมากนิยมสร้างเล็กเพียงพอสำหรับพระ ๒๐ รูปก็เต็มแล้ว ผู้คนจึงไม่มีสิทธิ์เข้าไปร่วมพิธีในโบสถ์เหมือนในเมืองไทยได้
การรักษาศีลโดยเฉพาะศีล ๕ ยังย่อหย่อนอยู่ หลวงตาสตุ๊เจ้าคำลือ ผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่งท่านมักจะบ่นให้เราฟังว่า สอนยากมาก เวลาพวกทหารหรือผู้ชายมากราบท่านมักจะว่า "พวกมึงกินแต่เหล้า กูเบื่อหน่ายเต็มที "ถ้าไม่ใช่เป็นบ้านเกิดของท่านแล้วท่านก็ไม่อยากจะอยู่
ภาษาที่ใช้พูดก็เป็นภาษาไทลื้อ สำเนียงคล้ายเชียงใหม่และหลวงพระบาง เพราะ)ฉะนั้นผู้คนในดินแดนแห่งนรี้จึงไปมาหาสู่กันเสมอ เพราะภาษาและวิถีชีวิตคล้ายคลึงกัน ความไกล้ชิดสนิทสนมกันเหมือนเป็นญาติพี่น้อง
ธุตังคเจดีย์เป็นพระเจดีย์หมู่มี ๑๓ องค์ หมายถึงหลักธรรมคือธุดงค์ ๑๓ ข้อที่พระพุทธองค์ประทานอนุญาติให้ภิกษุสง ฆ์สมาทาน เพื่อเป็นข้อวัตรปฏิบัติขัดเกลากิเลส ท่านพ่อลีร ธมมธโร ดำริ และจัดสร้างขึ้นเพื่อรวบรวมพระบรมสารริกธา ตุและพระบรมธาตุแห่งพระอรหันต์ทั้งหลายมาไ ว้ที่นี่เพื่อเหล่าเทวดาและมนุษย์ทัี้งหลา ยได้กราบไหว้บูชา
พระธาตุเชิงชุม
พระธาตุเชิงชุม เป็นพระธาตึเก่าแก่ของภาคอีสาณโดยมีเรื่องเล่าว่า หากมีของตกลงปล่องน้ำใกล้่พระธาตุนี้ก็จะไหลลอดพื้นแผ่นดินไปโผล่ท่ีหนองหารได้
วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
maga puja day 2556
maga puja 2556
วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
black Thailand t-shirt
เสื้อยืดThailand สีดำ S M L XL
S chest width 32 body length 23 sleeve length 5.5
M chest width37 body length 26 sleeve length 6.5
L chest width 44 body lenth 30 sleeve length 9
XL chest width49 body length 32.5 sleeve length 9.5
เมืองเก่าเชียงรุ่ง
เมิงลง(เมืองลอง)
เตรียมสามเณเพื่ออุปสมบท
นอนให้พระเหยียบ
ประเพนีนอนให้พระเหยียบที่ถือว่ามีบุญมากท คงจะถือตามหลักที่ท่านสุเมธดาบสได้นอนให้พ ระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าทีปังกรพร้อมด้วยพร ะสงฆ์สาวกเหยียบย้อนกลับไปเมื่อ ๔ อสงไขย กำไรแสนมหากัป พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าาทีปังกรได้ตรัสพย ากรณ์ว่าดาบสผู้นี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุท ธเจ้าทรงพระนามว่าโคตมะในกาลข้างหน้า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)












































