วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ณ แดนจีนและพม่า

พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยือนเมืองจีน ขณะนี้กำลังยืนอยู่ริมฝั่งแม้น้ำที่กั้นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า ด้านหลังของพระอาจารย์คือพม่ามองเห็นไกลๆคือวัดเ จะมีทางถนนเหฌนภิกษุสามเณรปั่นจักรยานตามกันมาเป็นแถวทางฝั่งพม่า ที่ีเมืองด้านที่เป็นแผ่นดินจีน ตามร้านค้าตรงนี้จะมีสิ้นค้าจากประเทศไทยขายอยู่เป็นจำนวนมาก

ฉ้อราษฏร์บังหลวงตกนรก

ข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำที่ฉ้อราษฎร์บังหฃลวงคอรับชั่น โกงกินบ้านเมือง ตกนรก พ้นจากนรก มาเกิดเป็นเปรตหมูเสวยเศษกรรมจนกว่าจะหมด ทรมาณแสนสาหัสหาความสุขสบายใดไม่ได้ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประสบการณ์ภาวนา ๖

หากเราต้องการจะไปภาวนาห่างจากศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาแล้ว จะต้องขึ้นไปภาวนาบนต้นไม้แบบนี้ เพราะข้างล่างเต็มไปด้วยทาก อาจจะดูดเลือดถึงตายได้

ประสบการณ์ภาวนา๕


นี่คือศาลาปฏิบัติธรรมบนเขาชมพู่ อากาศปลอดโปร่งดี เหมาะสมในการภาวนาเป็นอย่างยิ่ง ที่หลวงตาพระอาจารย์ช่วน เจ้าของฉาลาปลักขลิกอันลือลั่นเคยมาพักปฏิบัติธรรที่นี่ จนในที่สุดสังขารสู้ไม่ไหวจึงได้ออกปากกับพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ว่าทผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว มอบให้ท่านมหารับผิดชอบ

ประสบการภาวนา ๔

บนยอดเขาชมพู่ ลานศาลาปฏิบัติธรรมจะมีรูปพระาษีหลายรูปด้วยกัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ส่วนมากเทพเจ้าผู้เป็นฤาษีท่านจะเป็นผู้ดูแลผู้มาปฏิบัติธรรมที่นี่ ด้วยความเมตตา เพราะเหตุนี้เองการปฏิบัติธรรมจึงเป็นสัปปายะและนับว่าเป็นสถานที่อันเป็นมงคลยื่งแห่งหนึ่ง ยืนใส่เสื้อสีขาวคือผู้เขียนเอง มีพระครูสิริธรรมวิเทศ พระอาจารย์วิชัยอยู่ด้านหลังข้างพระฤาษี

ประสบการภาวนา ๓

เพิ่มคำอธิบายภาพ
ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา คราวที่พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ขณะที่ยังเป็นพระมหาสมพร กตวโร หลังจากได้เรียนกัมมักฐานจากครูบาอาจารย์แล้วก็ออกแสวงหาที่วิเวกบำเพ็ญเพียรตามอริยะประเพนีที่ครูบาอาจารย์เคยนำพาปฏิบัติมา ที่เห็นในภาพคือทางเดินในป่าขึ้นเทือกเขาชมพู อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พากันไปพร้อมภิกษุสามเณรผู้ใคร่ในการปฏิบัติ แม้จะยากลำบากขาดแคลนเพียงใดก้พยายามอดทน อดกลั้่น หวังจะได้พบพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังใจหวัง สมัยแรกจะเดินผ่านตรงนี้ทุกคนก็ต้องถือพร้าคนละเล่มเพื่อตัดวัชชะพืชที่งอกออกมาปกคลุมทางเอาไว้ แต่เมื่อเราขึ้นบ่อยใครขึ้นก็พยายามตัดออก เพราะในป่านั้นพวกต้นไม้ใบหญ้่างอกเร็วมาก หากเราไม่พยายามตัด ไม่นานหนทางก็ถูกปิดหมด แม้จะเผชิญกับอุปสัคนานาชนิด โดยเฉพาะพวกโอปปาติกะที่ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ด้วยอำนาจแห่างธรรมก็สามารถผ่านพ้นมาได้ คราวหนึ่งบนศาลาปฏิบัีติธรรม มันกระโดดออกมาสี่ตนจากสี่ทิศมาทับพระอาจารย์ไว้ ท่านต้องใช้อำนาจแห่งพระธรรมต่อสู้ ท่านเล่าว่าพอกำหนดจิตมันกระเด็นตกศาลาไปเลย จากนั้นมามันก็ไม่มารบกวนอีก

ประถสบการภาวนา๒

เมื่อคราวบุกป่าผ่าดงดิบแห่งเขาชมพู่ติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ไปแสวงหาสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาตามป่าเขาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อขึ้นเขา หน้าที่ของทุกคนก็คตือเอาน้ำดื่มถือขึ้นไปด้วยทุกคน เพราะว่าแม้จะมีน้ำบนเขา แต่ก็เนื่องจากเป็นน้ำป่าอาจจะมีอันตรายอยู่ด้วยเกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆ เว้นเสียแต่ว่าจะต้องนำมาต้มให้เดือดเสียก่อนจึงฉันได้ สถานที่ภาวนาแห่งนี้ทำให้ผมได้เห็นนรกขี้เถ้าเป็นครั้งแรก โดยภายในจิตนั้นเหาะลงไปทางหลังเขาแล้วไปยังนรกขุมต่างๆที่จำได้ก็คือเมือเหาะผ่านไปมองลงไปข้างล่างเต็มไปด้วยขี้เถ้า มีความรู้ขึ้นมาว่านี่คือนรกขี้เถ้า ลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะเหาะข้ามไปดีไหมทแต่พอขยับจะเหาะข้ามปรากฏมีมือจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากขี้เถ้านั้นมาคว้ายังตัวเราเลยต้องรีบถอยหลังหนีมา นี่คตือประสบการเรื่องนรกขี้เถ้าในการมาภาวนาที่นี่ 

ประสบการภาวนาที่เขาชมพู่

เมื่อนานมาแล้วหากนับย้อนกลับไปก็ประมาณ ปี ๒๕๓๕ เมื่อพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ชักชวนเพื่อนสหธรรมมิกมีพระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศที่ยืนอยู่กลางในภาพ มีลุงภารโรงโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยารามที่กำลังถือด้ามจอบยืนด้านหน้า พร้อมด้วยผู้เขียนยืนอยู่ด้านหลัง ที่เรายืนอยู่เป็นพื้นที่ราบใกล้ๆศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาชมพู่ หากออกจากบริเวณตรงนี้ที่เป็นป่าดงดิบด้านหลังออกไป จะเป็นบริเวณป่าชื้น อุดมไปด้วยตัวทากดูดเลือดเป็นแสนเป็นล้านอาศัยอยู่ในป่านี้คอยดูดเลือดคนและสัตว์ที่ผ่านเข้าไป หากต้องการไปภาวนาในพื้นที่นอกจากตรงที่เราทำความสะอาดปัดกวาดดายหญ้าและเป็นพื้นดินที่แห้งตรงนี้แล้ว ต้องขึ้นไปทำห้างอยู่บนต้นไม้ เพื่อนั่งภาวนา ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะถูกทากมาดูดเลือดจนตายเดียว ส่วน้ำดื่มต้องสบายกันขึ้นไป เพราะน้ำข้างบนไม่เหมาะในการดื่ใแต่ใช้่สำหรับอาบได่ ห่างจากศาลาไปทางทิศตะวัีนตกประมาณ ๒๐ เมตร จะมีบ่อน่้ำเป็นแอ่งหิน ผู้คนเรียกบ่อน้ำนี้ว่า บ่อน้ำพระเจ้าตาก ส่วนเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากเป้นประการใดผู้เขียนก็ไม่สามารถสืบค้นนำมาเสนอได้ พระอาจารย์เล่าว่า สถานที่ปฏิบัีติธรรมบนเขาชมพู่แห่งนี้เป็นที่ร่ำลือกันมาแต่โบราณว่าเป็นสถานที่
บรรดาครูบาอาจารย์ในปางก่อนได้เคยมาอาศัยปฏิบัติธรรมแล้วได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจทุกท่าน จึงได้มาทดลองดูบ้าง ขณะนั้นได้มีหลวงตา ดร.ช่วน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลัดขิกก็มาปฏิบัติอยู่ที่นี่ด้วย ภายหลังได้บอกกับพระอาจารย์ว่า "ผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว ขอให้ท่านมหารับผิดชอบสถานปฏิบัติธรรมยอดเขาชมพู่ด้วยนะ" จากนั้นมาก็ได้อยู่ปฏิบัติที่นี่พร้อมพาคณะย้ายไปลองปฏิบับัติตามที่ต่างๆในเมือกเขาแห่งนี้ จนได้พบได้เห็นมีประสบการณ์น่านำมาเล่าก็คือเรนื่องเทพธิดาแห่งต้นตะเคียนใหญ่ เทพธิดาท่านนี้ได้มาสเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์อย่าางไร ก็คือคราสวหนึ่ง พระอาจารย์พาคณะขึ้นไปปฏิบัติธรรม โดยให้เณรเอาข้าวสารขึ้นไปต้มใส่น่ำเยอะๆ แบ่งกันกิน จนข้าวหมด ยังไม่อยากลงมา ก็เลยให้เณรลงมาเอาข้าวสารคนเดียว เณรลงมาหาหลวงตาที่สำนักเชิงเขาแล้วก็เอาข้าวขึ้นไป เกิดหลงป่า ใกล้มืดค่ำเข้าทุกที ในป่าก็อุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด มี เสือ หมูป่า หมี เป็นต้นท่องเที่ยวอยู่ในป่านี้ เมื่อจนตรอกหาทางทางไปไม่ได้หลงป่าจึงอธิษฐานขอเทวดาช่วย เทพธิดาท่านนี้จึงได้นำสามเณรขึ้นไปหาพระอาจารย์โดยปลอดภัย พวกเราจึงได้ไปเยี่ยมขอบคุณท่านที่ต้นตะเคียนใหญ่ท่านสิงสถิตอยู่ มีประสบการเกี่ยวกับการภาวนามากมาย มีเวลาจะได้เล่าให้ฟังอีก

หินตา ยาย ถ้ำเม็งหยวน





หินตา ยาย ในถ้เม็งหยวน เมืองแวน สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐปรชาชนจีน

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทิวทัศนฺเมืองเชียงขาง จีน

ขวามือคือวัดเชียงขาง มองลงไปด้าหน้าเป็นถนนหน้าวัดมีร้านอาหารและร้านขายของต่างๆเรียงกันไป มองไปตามถนนด้านซ้ายสุดเป็นทางที่เชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆและทางท้องถิ่นขึ้นไปบนยอดดอยที่สูงสุด เรียกว่าาดอยแขม วิถีชีวิตผู้คนในเมืองนี้เรียบง่ายแต่ทว่าเนื่องจากเป็นเมืองปลายแดน การปกครองใช้อำนาจปกครองของทหาร จากเมืองนี้ก็จะเป็นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า การคมนาคมไม่ค่อยสะดวกนักเพราะพื้นที่เต็มไปด้วยยอดเขาสูง หาที่ราบลุ่มได้ยาก อยู่ในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

วิถีพุทธเมืองจีน สิบสองปันนา


วันนี้เป็นวันมาฆะบูชา ๒๕-๒-๕๖ ทั่วประเทศไทยจัดกิจกรรมเพื่อศึกษาพระธรรมาคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มั่นคงอยูากับโลกมาเป็นเวลา ๒๕๖๐๐ ปี มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลกหาประมาณมิได้  การบำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา ได้มีการดำเนินต่อเนื่องกันมาไม่ขาดสาย โบสถ์ที่เห็นในภาพนั้นเป็นโบสถ์วัดเชียงขาง เมืองเชียงขาง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน บันทึกไว้เมื่อคราวติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยี่ยมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจีน (ไทลื้อ) ที่เห็นพากันนั่งประณมมือกัะนอยู่นั่นคือคนจีนแต่เชือชาติเป็นไทลื้อ ซึ่งมีควงามยึดมั่นนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดระยะ ๒๖๐๐ ปีที่ผ่านมา เพราะเหตุที่พระพุทธองค์ได้เคยเสด็จมาโปรดผู้คนในดินแดนแห่งนีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
หลังจากที่ได้ติดตามพระอาจารย์ไปเมืองจีนมาหลายครั้ง ก็สังเกตุเห็นความเป็นไปแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศจีนว่า การศึกษาหลักธรรมยังไม่มีอย่างกว้างขวาง และการปฏิบัติก็ยังมีเป็นส่วนน้อย ส่วนมากก็พากันทำบุญกิริยาวัตถุคือทานเสียเป็นส่วนมาก ศีลและภาวนามีเป็นส่วนน้อย ที่เห็นนั่งอยู่นี้ประชาชนมาอนุโมทนาในการบวชพระ ซึ่งนั่งอยู่รอบๆโบสถ์ด้านนอก เพราะโบสถ์ส่วนมากนิยมสร้างเล็กเพียงพอสำหรับพระ ๒๐ รูปก็เต็มแล้ว ผู้คนจึงไม่มีสิทธิ์เข้าไปร่วมพิธีในโบสถ์เหมือนในเมืองไทยได้
การรักษาศีลโดยเฉพาะศีล ๕ ยังย่อหย่อนอยู่ หลวงตาสตุ๊เจ้าคำลือ ผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ราชอาณาจักรหอคำเชียงรุ่งท่านมักจะบ่นให้เราฟังว่า สอนยากมาก เวลาพวกทหารหรือผู้ชายมากราบท่านมักจะว่า "พวกมึงกินแต่เหล้า กูเบื่อหน่ายเต็มที "ถ้าไม่ใช่เป็นบ้านเกิดของท่านแล้วท่านก็ไม่อยากจะอยู่
ภาษาที่ใช้พูดก็เป็นภาษาไทลื้อ สำเนียงคล้ายเชียงใหม่และหลวงพระบาง เพราะ)ฉะนั้นผู้คนในดินแดนแห่งนรี้จึงไปมาหาสู่กันเสมอ เพราะภาษาและวิถีชีวิตคล้ายคลึงกัน ความไกล้ชิดสนิทสนมกันเหมือนเป็นญาติพี่น้อง
ธุตังคเจดีย์เป็นพระเจดีย์หมู่มี ๑๓ องค์ หมายถึงหลักธรรมคือธุดงค์ ๑๓ ข้อที่พระพุทธองค์ประทานอนุญาติให้ภิกษุสง­ฆ์สมาทาน เพื่อเป็นข้อวัตรปฏิบัติขัดเกลากิเลส ท่านพ่อลีร ธมมธโร ดำริ และจัดสร้างขึ้นเพื่อรวบรวมพระบรมสารริกธา­ตุและพระบรมธาตุแห่งพระอรหันต์ทั้งหลายมาไ­ว้ที่นี่เพื่อเหล่าเทวดาและมนุษย์ทัี้งหลา­ยได้กราบไหว้บูชา

พระธาตุเชิงชุม




































พระธาตุเชิงชุม เป็นพระธาตึเก่าแก่ของภาคอีสาณโดยมีเรื่องเล่าว่า หากมีของตกลงปล่องน้ำใกล้่พระธาตุนี้ก็จะไหลลอดพื้นแผ่นดินไปโผล่ท่ีหนองหารได้

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

maga puja day 2556

maga puja in Thailand, this slide has been taken from the royal amporn garden,Bangkok,Thailand on 24-2-2556 where all of Buddhist come from many part of the country to take participation and there are many monks give the lecture on Buddhism in trhe day and night time .

maga puja 2556

maga puja in Thailand in 2556 makes arrangement everywhere in whole part of Thailand. This vdo has taken from maga puja in Sanamluang,Bangkok,Thailand

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

black Thailand t-shirt


เสื้อยืดThailand สีดำ S M L XL
S    chest width 32  body length  23  sleeve length 5.5
M   chest width37  body length 26   sleeve length 6.5
L    chest width 44  body lenth 30  sleeve length   9
XL  chest width49  body length 32.5  sleeve length 9.5

เมืองเก่าเชียงรุ่ง

เมืองเก่าเชียงรุ่ง มีพระธาตุสำคัญอยู่ ๒ องค์ คือ ๑ พระธาตุจอมหมอกที่บรรจุพระอังคารธาตุึแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธาตุอีกองค์หนึ่ง เป็นพระธาตุอนุสรณระลึกถึงสถานยที่พระพุทธองค์เคยเสด็จมาประทับเพิ่ออบรมสั่งสอนท่านอาฬวกะยักษ์ นอกจากนั้นยังมีอาคารเก่าแก่อยู่หลายแห่งด้วยกัน ดบราณสถานเหล่านี้ บางแห่งก็ถูกนายทุนมาซื้อเอาไปเป็นของส่วนตัวก็มี สถานที่แห่งนี้ตั้่งอยู่บนยอดเขาริมฝั่งแม่าน้ำโขง

เมิงลง(เมืองลอง)

 พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์พร้อมด้วยคณะศิษย์ออกเดินทางจากเมืองเชียงรุ่ง ไปถึงเมิงลง (เมืองลอง) ซึ่งเป็นเมืองก่อนจะผ่านำไปสู่เมืองชายแดนระหว่างจีนกับพม่า รถที่ีออกเดินทางจากเมืองนี้สู่เมืองชายแดนจะต้องยืนขอใบอนุญาตเพื่อเดินทางผ่านออกสู่ชายแดน แม้ประชาชนทั่วไปก็จะต้องยื่นขออนุญาตผ่านแดนเช่นกัน ขณะนี้พระอาจารย์กำลังรอรถที่จะมารับอยู่ ผมก็เลยเก็ลภาพบรรยากาศเมืองลองมาให้ชม ชีวิตผู้คน แม้แต่พระเณร จะเห็นได้ว่าพระเณรจะต้องช่วยตนเองเพื่อให้สามารถดำรงสมณะเพศอยู่ได้ ไม่มีการบิณฑาฃบาตเหมือนบ้านเรา ท่านเจ้าอาวาสบนยอดเขาเล่าให้ฟังว่า ญาติโยมเรียไรเงินมาช่วยในค่าใช้จ่ายเดือนละ ๕๐๐ หยวน พอไหมครับ ไม่พอ ต้องหาทางอื่นเสริมจึงจะอยู่ได้ เหตุก็เพราะทางรัฐบาลจีนสมัยก่อนได้ประกาศยุติกิจกรรมทางศาสนาทุกประเภท เรียกว่า"การปฏิวัติทางวัฒนธรรม" พระพุทธศาสนาเถรวาทที่เคนรุ่งเรืองในแดนนี้ก็ดับวูบลงเหมือนแสงเทียน บัดนี้พอมีแสงหริบรี่ขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็ยังตกอยู่ในภาวะลำบากอยู่

เตรียมสามเณเพื่ออุปสมบท

เตรียมสามเณรให้พร้อมที่จะเข้าสู่พิธีอุปสมบทตามแบบเถรวาทของจีน ที่วีดเชียงขาง เมืองเชียงขาง สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีสามเณรแสงหรือที่ไทลื้อเรียกว่าพระแสง(เรียกสามเผรรว่าพระ เรียกพระว่าตุ๊ หลวงพี่ เรียกว่า ตุ๊ปี้ ) เข้ารับการอุกสมบททีีโบสถ์วัดเชียงขาง

นอนให้พระเหยียบ

ประเพนีนอนให้พระเหยียบที่ถือว่ามีบุญมากท­คงจะถือตามหลักที่ท่านสุเมธดาบสได้นอนให้พ­ระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าทีปังกรพร้อมด้วยพร­ะสงฆ์สาวกเหยียบย้อนกลับไปเมื่อ ๔ อสงไขย กำไรแสนมหากัป พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าาทีปังกรได้ตรัสพย­ากรณ์ว่าดาบสผู้นี้จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุท­ธเจ้าทรงพระนามว่าโคตมะในกาลข้างหน้า