วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

สิงคาลสูตร ๖ ๒๕-๓-๕๖


จะตูหิ โข คะหะปะติปุตตะ                              ดูก่อนคฤหบดีบุตร 
ฐาเนหิ อะนุปปิยะภาณี                                                คนช่างพูดประสบสอพลอ ท่านพึงรู้ว่าไม่ใช่มิตร
อะมิตโต มิตตะปะฏิรูปะโก เวทิตัพโพ.            เป็นแต่มิตรเทียม ด้วยสถาน ๔ อย่าง
ปาปะกัมมังปิสสะ อะนุชานาติ                         คือย่อมตามใจเพื่อน ให้ทำชั่วอย่าง ๑
กัลป์ยาณังปิ อะนุชานาติ                                  ย่อมตามใจเพื่อนให้ทำความดีอย่าง ๑
สัมมุขันสสะ วัณณัง ภาสะติ                            ต่อหน้ากล่าวสรรเสริญคุณเพื่อนอย่าง๑
ปะรัมมุขัสสะ อะวัณณัง ภาสะติ                       ลับหลังกล่าวโทษของเพื่อนอย่าง ๑
อิเมหิ โข คะหะปะติปุตตะ                               ดูก่อนคฤหบดีบุตร 
จะตูหิ ฐาเนหิ อะนุปปิยะภาณี                          คนช่างพุดประจบสอพลอ ท่านพึงรู้ว่าไม่ใช่มิตร
อะมิตโต มิตตะปะฏิรุปะโก เวทิตัพโพ.            เป็นแต่มิตรเทียม ด้วยสถาน ๔ อย่าง เหล่านี้แล
จะตูหิ โข คะหะปะติปุตตะ                              ดูก่อนคฤหบดีบุตร 
ฐาเนหิ อะปายะสะหาโย                                   คนเป็นสหายในความฉิบหาย ท่านพึงรู้ว่าไม่ใช่มิตร
อะมิตโต มิตตะปะฏิรูปะโก เวทิตัพโพ.            เป็นแต่มิตรเทียม ด้วยสถาน ๔ อย่าง
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานานุโยเค            คือเป็นสหายในการประการดิ่มน้ำเมาคือเหล้าและน้ำดอง
สะหาโย โหติ                                                    อันเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความประมาทเนืองๆ อย่าง ๑
วิกาละวิสิขาจะริยานุโยเค สหาโย โหติ             เป็นสหายในการประกอบการเทียวในตรอกมืด
ในกาลอันผิดเวลาเนื่องๆ อย่าง ๑
สะมัชชะภิจะระเณ สะหาโย โหติ                      เป็นสหายในการเที่ยวดูการเล่นอย่าง ๑
ชูตัปปะมาทักฐานานุโยเค สหาโย โหติ                        เป็นสหายในความประกอบการพนัน
อันเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความประมาทเนื่องๆ อย่าง ๑
อิเมหิ โข คะหะปะติปุตตะ                               ดูก่อนคฤหบดีบุตร คนเป็นสหายในความฉิบหาย
จะตูหิ ฐาเนหิ อะปายะสะหาโย                        ท่านพึงรู้ว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่มิตรเทียม
อะมิตโต มิตตะปะฏิรูปะโก เวทิตัพโพ.            ด้วยสถาน ๔ อย่าง เหล่านี้แล
อืทะมะโวจะ ภะคะวา                                       พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสคำอันเป็นไวยากรณ์นี้แล้ว
อิทัง วัตวานะ สุคะโต                                       พระองค์ผู้ศาสดาจึงตรัสคาถาประพันธ์นี้ต่อไปว่า
อัญญะทัตถะหะโร มิตโต                                 มิตรปอกลอกนำไปถ่ายเดียว ๑
โย จ มิตโต วะจีปะระโม                                   มิตรดีแต่พูด๑
อะนุปปิยัญจะ โย อาหะ                                   มิตรกล่าวคำประจบ ๑
อะปาเยสุ จะ โย สะขา                                      มิตรเป็นเพื่อนในความฉิบหาย ๑
เอเต อะมิตเต จัตตาโร                                      บัณฑิตมารู้แจ้งคน ๔ จำพวกนี้ว่า
อิติ วิญญายะ ปัณฑิโต                                     ไม่ใช่มิตรจริงแล้ว
อาระกา ปะริวัชเชยยะ                                      พึงเว้นเสียให้ห่างไกล
มัคคัง ปะฏิภะยัง ยะถาติ.                                เหมือนคนเดินทาง เว้นทางอันมีภัยเสียฉะนั้น

ไม่มีความคิดเห็น: