วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปัตติทานคาถา (ยาเทวตา) 24-3-56


ปัตติทานคาถา (ยาเทวตา )
(หัวหน้านำ)
หันทะ มะยัง ปัตติทานคาถาโย ภะณามะ เสฯ  เราทั้งหลายจงสวดปัตติทานคาถากันเถิด
(รับพร้อมกัน)
ยาเทวะต สันติ วิหาระวาสีนี                            เทวดาเหล่าใดมีปกติอยู่ในวิหาร
ถูเป ฆะเร โพธิฆะเร ตะหิง ตะหิง                     สิงสถิตอยู่ที่พระสถุป ที่โพธิพฤกษ์ ในที่นั้นๆ
ตา ธัมมาทาเนน ภะวันตุ ปูชิตา                       เทวดาเหล่านั้นเป็นผู้อันเราทั้งหลายบูชาแล้วด้วยธรรมทาน
โสตถิง กะโรนเตธะ วิหาระมัณฑะเล                ขอจงทำซึ่งความสวัสดีความเจริญในมณฑลวิหารนี้
เถรา จะ มัชฌา นะวะกา จะ ภิกขะโว               พระภิกษุทั้งหลายที่เป็นพระเถระก็ดี
ที่เป็นปานกลางก็ดี ที่เป็นผู้บวชใหม่ก็ดี
คามา จะ เทสา นิคะมา จะ อิสสะรา                  อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายที่เป็นทานาธิบดี
พร้อมด้วยอารามิกชนก็ดีชนทั้งหลายเหล่าใดๆ
ที่เป็นชาวบ้านก็ดี ที่เป็นชาวต่างประเทศก็ดี
ชาวนิคมก็ดี หรือผู้เป็นใหญ่ก็ดี
สัปปะณะภูตา สุขิตา ภะวันตุ เต                      ขอชนทั้งหลายเหล่านั้น และสัตว์ผู้มีลมปราณ
จงเป็นผู้มีความสุขเถิด
ชะลาพุชา เยปิ จะ อัณฑสัมภะวา                     สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในครรภ์ก็ดี ที่เกิดในไข่ก็ดี
สังเสทะชาตา อะถะโวปปาติกา                        ที่เกิดในเถ้าไคลก็ดี ที่เกิดผุดขึ้น (โอประปาติกะ)ก็ดี
นิยยานิกัง ธัมมะวะรัง ปะฏิจจะ เต                  จงอาศัยธรรมอันประเสริฐทางนำออกจากทุกข์
สัพเพปิ ทุกขัสสะ กะโรนตุ สังขะยัง                ขอสัตว์ทั้งหลาย จงทำความสิ้นไปแห่งทุกข์ทั้งปวงเถิด
ฐาตุ จิรัง สะตัง ธัมโม                                       ขอธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายจงตั้งอยู่นาน
ธัมมัสธะรา จะ ปุคคะลา                                  ขอบุคคลทั้งหลายผู้ทรงไว้ซึ่งธรรมจงดำรงอยู่นาน
สังโฆ โหตุ สะมัคโค วะ                                    ขอพระสงฆ์จงมีความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน
อัตถายะ จะ หิตายะ จะ                                    ในกิจซึ่งเป็นประโยชน์และสิ่งอันเกื้อกูลกัน
อัมเห รักขะตุ สัทธัมโม                                    ขอพระธรรมจงรักษาไว้ซึ่งเราทั้งหลาย
สัพเพปิ ธัมมะจาริโน                                       และรักษาไว้ซึ่งบุคคลผู้ประพฤติธรรมแม้ทั้งปวง
วุฑฒิง สัมปาปุเณยยามะ                                 ขอเราทั้งหลายพึงถึงพร้อมซึ่งความเจริญ
ธัมเม อะริยัปปะเวทิโตฯ                                  ในธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศไว้แล้ว

อุททิสสนาธิษฐานคา 24-3-56


อุททิสสนาธิษฐานคาถา
(หัวหน้านำ)
หันทะ มะยัง อุททิสสะนาธิฏฐานะคาถาโย      เชิญ เราทั้งหลายสวดอุททิสสะนาธิฏฐานะคาถา
ภะณามะ เส                                                      กันเถิด
(รับพร้อมกัน)
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ                                      ด้วยบุญนี้อุทิศให้
อุปัชฌายา คุณุตตะรา                                      อุปัชฌาย์ผู้เลิศคุณ
อาจะริยูปะการา จะ                                          แลอาจารย์ผู้เกื้อหนุน
มาตาปิตา จะ ญาตะกา (ปิยา มะมัง)                 อีกทั้งปิยชน มีพ่อแม่แลปวงญาติ
สุริโย จันทิมา ราชา                                          สูรย์จันทร์ แลราชา
คุณะวันตา นะราปิ จะ                                      ผู้ทรงคุณหรือสูงชาติ
พฺรัหฺมะมารา จะ อินทา จะ                               พรหมมาร แลอินทราช
โลกะปาลา จะ เทวะตา                                     ทั้งทวยเทพและโลกบาล
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ                                 ยมราช มนุษย์ มิตร
มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ                                       ผู้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ                                    ขอให้เป็นสุขศานติ์ทุกถ้วนหน้าอย่าทุกข์ทน
ปุญญานิ ปะกะตานิ เม                                     บุญผองที่ข้าทำจงช่วยอำนวยศุภผล
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ                                        ให้สุขสามอย่างล้น
ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง                                  ให้ลุถึงนิพพานพลัน
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ                                      ด้วยบุญนี้ ที่เราทำ
อิมินา อุททิเสนะ จะ                                         แลอุทิศให้ปวงสัตว์
ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ                                      เราพลันได้ซึ่งการตัด
ตัณหุปาทานะเฉทะนัง                                     ตัวตัณหา อุปาทาน
เย สันตาเน หินา ธัมมา                                                สิ่งชั่วในดวงใจ
ยาวะ นิพพานะโต มะมัง                                  กว่าเราจะถึงนิพพาน
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ                                   มลายสิ้นจากสันดาน
ยัตถะ ชาติ ภะเว ภะเว                                      ทุกๆ ภพที่เราเกิด
อุชุจิตตัง สะติปัญญา                                       มีจิตตรงและสติปัญญา
สัลเลโข วิริยัมหินา                                           อันประเสริฐทั้งความเพียรเลิศ
มารา ละภันตุ โนกาสัง                                     โอกาสอย่าพึงมีแต่หมู่มาร สิ้นทั้งหลาย
กาตุญจะ วิริเยสุ เม                                           เป็นช่องประทุษร้าย ทำลายล้าง ความเพียรจม
พุทธาทิปะวะโร นาโถ                                      พระพุทธผู้ บวรนาถ
ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม                                    พระธรรมที่พึ่งอันอุดม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ                                   พระปัจเจกพุทธะ
สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง                                 สมทบพระสงฆ์ ที่พึ่งผยอง
เตโสตตะมานุภาเวนะ                                      ด้วยอานุภาพนั้น
มาโรกาสัง ละภันตุ มาฯ                                   ขอหมู่มารอย่าได้ช่อง
ทะสะปัญญานุภาเวนะ                                     ด้วยเดชบุญทั้งสิบป้อง
มาโรกาสัง ละภันตุ มา                                      อย่าเปิดโอกาสแก่มาร (เทอญ)


วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ท่องสวรรค์

ท่องสวรรค์ ธรรมบรรยายโดย พระครูประกดาศพุทธพากย ์ วัดพระธรรมจักร บ้านบึง ชลบุรี

ธรรมบรรยาย โดย พระครูประกาศพุทธพากย์

วิสาขามหาอุบาสิกา ธรรมบรรยายโดย พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ วัดพระธรรมจักร บ้านบึง ชลบุรี

ปลาอินทรีย์กับผีวัดตรีทศเทพ

ปลาอินทรีย์กับผีวัดตรีทศเทพ บรรยายโดย ศ.เกียรติคุณ ดร.แสง จันทรงาม มมร.รุ่นที่ ๑ ในงานประชุมใหญ่ สมาคมศิษย์เก่า มมร.ณห้องประชุมใหญ่ มมร วัดบวรนิเวศวิหาร

The Restoration of Makutkasatriyaram Temple โครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดมกุฏกษัตริยาราม

วัดมกุฏกษัตริยาราม 

The Restoration of Makutkasatriyaram Temple

โครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดมกุฏกษัตริยาราม

เพลงกลองยาว

เพลงกลองยาว สมโภชน์กฐินวัดพระธรรมจักร บ้านบึง ชลบุรี

พระครูวินัยธรสวัสดิ์ ญาณพโล

พระอาจารย์พระครูวินัยธรสวัสดิ์ ญาณพโล ทำวัตรที่วิหารวัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร ท่านเป็นพระมหาเถระจากประเทศลาว จากเมืองมูลปาโมกข์ สัทันดร ได้มาศึกษาอยู่ที่วัดมกุฏกษัตริยารามตั้งแต่เป็นสามเณร อุปสมบทที่วัดมกุฏกษัตริยาราม โดยมี พระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช( จวน อุฏฐายี ) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีหม่อมหลวงอิลา พิบูลนครินทร์ เป็นเจ้าภาพในการอุปสมบท ได้ศึกษาสำเร็จเปรียญธรรม และ สำเร็จการศึกษาศาสนศาสตร์บัณทิต จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบัน เป็นเจ้าอาวาสวัดสีสัตตนาค กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศศ เป็นวัดซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนลาวในประเทศฝรั่งเศศ 

หลัก ๕ ประการของพุทธตันตระ

หลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพุทธตันตระคือ หลัก ๕ ประการ


ตันตระประกอบด้วยคำสอนหลัก ๕ ประการ ที่มีชื่อว่า “๕ ม” มี
 (๑) มัทยะ - เหล้า 
(๒) มางสะ - เนื้อ 
(๓) มัตสยะ - ปลา 
(๔) มุทรา - ท่าทาง ยั่วให้เกิดกำหนัดราคะ ความต้องการทางเพศ
(๕) ไมถุน - การเสพสังวาส

พุทธตันตระ

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0
พุทธตันตระ เป็นนิกายพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว และเผยพร่ไปในธิเบต และประเทศอื่นๆ สอนตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้า คือ พระพุทธองค์สอนให้หลีกออกจากกาม ตามในข้อ ๒ คือ สัมมาสังกัปปะ การดำริชอบ คือ ๑ ดำริออกจากกาม ๒ ดำริในการไม่พยาบาท ๓ ดำริในการไม่าเบียดเบียฬ  แต่ลัทธินี้สอนให้หมกมุ่นในกาม แม้จะสอนขัีดแย้งกับพระพุทธเจ้า แต่ก็อ้างว่าเป็นพระพุทธศาสนาอยู่นั่นเอง คลิกเข้าไปศึกษาได้ตามลิงค์ที่ให้ไว้นะครับ

วัชรยาน (พุทธตันตระ)

ข้อความต่อไปนำมาให้ศึกษาจากผู้ที่เขานับถือและปฏิบัติตามพระพุทธศาสนาที่เป็นลัทธิมหายาน ซึ่งได้บิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้าจนทำให้ผุ้คนไม่สามารถรู้และเข้าใจคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าได้ โดยยกเอากามเป็นเครื่องนำทาง ขระที่พระพุทธองค์สอนให้หลีกออกจากกาม แต่ลัทธินี้สอนให้ัหมกมุ่นในกามและก็อ้างว่าคือพระพุทธศาสนาก็ได้ความนิยมแพร่หลาย และล่วงเลยเข้ามาในประเทศไทยแล้วในปัจจุบัน จึงควรที่ีพวกเราจะได้ศึกษาและทำความเข้าใจ จะได้ไม่หลงประเด็น
ต่อไปนี้เป็นถ้อยคำที่คัดเอามาจากคำที่เผยแพร่อยู่ในเวปเป็นภาษาญี่ปุ่น

 ทิเบต Vajrayana พุทธศาสนาและความสุข

พุทธศาสนาในทิเบตได้เริ่ม Sontsu ~ en-King of กระเจี๊ยบ (吐蕃) (ดำรง 593 ปี 638 ปี) ในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเจ็ดโบราณทิเบตอาณาจักรเนื้อที่เสียนโยบายพระพุทธธรรมกษัตริย์แล้วเนื่องจากพุทธศตวรรษที่ 9 วันนี้ดึก พุทธศาสนาได้รับการแนะนำจากประเทศอินเดียเป็นส่วนใหญ่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ส่งลงสายสำหรับพุทธศาสนากับทิเบตเป็นเวลาเมื่อมีการจัดตั้งลับพุทธศาสนาขณะที่ในอินเดียมันเกิดขึ้นและความลับ Kengyo ได้รับรายงานเกือบจะพร้อมกัน
คนส่วนใหญ่ก็เป็นข้อสงสัยจาก Kengyo โต้แย้งที่ได้รับการสะท้อนความลับในทางปฏิบัติยังไม่มีความน่าสนใจ Tantric พุทธศาสนาที่ถูกนำไปทิเบตโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีศูนย์โยคะทางเพศเพราะมันเป็นเรื่องง่ายที่จะวาดความอยากรู้ของคนที่ดูเหมือนว่าจะได้รับการครอบงำโดยลับพุทธศาสนาในทิเบตจากจุดเริ่มต้น รูปปั้นพระพุทธรูปทิเบตมากแตกต่างจากสิ่งที่ถูกมองในญี่ปุ่นและพระพุทธรูปเพื่อ
ฉันเอาภาพบางส่วนของสหภาพทางเพศของเราทั้งชายและหญิงในทิเบตพระพุทธเวลาประมาณพิพิธภัณฑ์นี้ พระพุทธรูปพุทธศาสนาที่ห้ามไม่ให้แต่งงานเป็นที่เคารพศีลทำไมเราทำรูปแบบที่เห็นได้ชัดดังนั้นการมีเซ็กซ์ เปิดใช้งานพลังงานชีวิตที่ค่อนข้างจะไปโยคะที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเวทีของ shantih บาร์เรลปลดปล่อยเพื่อให้การปราบปรามพลังชีวิตเช่น Kengyo จนกว่าจะมีการแสดงโดยความใคร่ลับพุทธศาสนาสายบริสุทธิ์พลังงานของพวกเขาต่อไปผมจะทำให้การเปลี่ยนในการฝึกโยคะที่คุณกำลังพยายาม ไปถึงการปลดปล่อยโดย ฉันกล่าวว่าการประกาศการประชุมลับแทนท "พระพุทธเจ้า Ji ถูกพับเก็บสายโยคะและหญิงมีเพศสัมพันธ์" และในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่สิบแปดและมีผลกระทบสำคัญใน Tantric พุทธศาสนาของทิเบต (ปี - 1139 990) Kyunbo โรงเรียน Kagyuu แม้ว่าผู้ที่ Malva (ปี - 1097 1012) เริ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสุขแทนทโยคะที่ได้รับการสอนจาก (คู่ค้าทางเพศ) คราโยคีลับผู้หญิงในร่างกายผมตื่นขึ้นมาสิ่งที่ถูกกล่าวโดยการใช้เต็มรูปแบบของ เทคนิคพิเศษและเรือและพิจารณาบูรณาการของพระพุทธเจ้าตัวเองและสิ่งที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์โยคะเต็มใจ เช่นรัฐลึกลับพระพุทธเจ้าเหมือนจะผงะหงายเมื่อเราเห็นญี่ปุ่น, ฉันมีแบบฟอร์มที่คุณรู้สึกแปลกใจและความเงียบสงบไม่หยาบคาย

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ณ แดนจีนและพม่า

พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ไปเยือนเมืองจีน ขณะนี้กำลังยืนอยู่ริมฝั่งแม้น้ำที่กั้นชายแดนระหว่างจีนกับพม่า ด้านหลังของพระอาจารย์คือพม่ามองเห็นไกลๆคือวัดเ จะมีทางถนนเหฌนภิกษุสามเณรปั่นจักรยานตามกันมาเป็นแถวทางฝั่งพม่า ที่ีเมืองด้านที่เป็นแผ่นดินจีน ตามร้านค้าตรงนี้จะมีสิ้นค้าจากประเทศไทยขายอยู่เป็นจำนวนมาก

ฉ้อราษฏร์บังหลวงตกนรก

ข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำที่ฉ้อราษฎร์บังหฃลวงคอรับชั่น โกงกินบ้านเมือง ตกนรก พ้นจากนรก มาเกิดเป็นเปรตหมูเสวยเศษกรรมจนกว่าจะหมด ทรมาณแสนสาหัสหาความสุขสบายใดไม่ได้ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประสบการณ์ภาวนา ๖

หากเราต้องการจะไปภาวนาห่างจากศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาแล้ว จะต้องขึ้นไปภาวนาบนต้นไม้แบบนี้ เพราะข้างล่างเต็มไปด้วยทาก อาจจะดูดเลือดถึงตายได้

ประสบการณ์ภาวนา๕


นี่คือศาลาปฏิบัติธรรมบนเขาชมพู่ อากาศปลอดโปร่งดี เหมาะสมในการภาวนาเป็นอย่างยิ่ง ที่หลวงตาพระอาจารย์ช่วน เจ้าของฉาลาปลักขลิกอันลือลั่นเคยมาพักปฏิบัติธรรที่นี่ จนในที่สุดสังขารสู้ไม่ไหวจึงได้ออกปากกับพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ว่าทผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว มอบให้ท่านมหารับผิดชอบ

ประสบการภาวนา ๔

บนยอดเขาชมพู่ ลานศาลาปฏิบัติธรรมจะมีรูปพระาษีหลายรูปด้วยกัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ส่วนมากเทพเจ้าผู้เป็นฤาษีท่านจะเป็นผู้ดูแลผู้มาปฏิบัติธรรมที่นี่ ด้วยความเมตตา เพราะเหตุนี้เองการปฏิบัติธรรมจึงเป็นสัปปายะและนับว่าเป็นสถานที่อันเป็นมงคลยื่งแห่งหนึ่ง ยืนใส่เสื้อสีขาวคือผู้เขียนเอง มีพระครูสิริธรรมวิเทศ พระอาจารย์วิชัยอยู่ด้านหลังข้างพระฤาษี

ประสบการภาวนา ๓

เพิ่มคำอธิบายภาพ
ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา คราวที่พระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ขณะที่ยังเป็นพระมหาสมพร กตวโร หลังจากได้เรียนกัมมักฐานจากครูบาอาจารย์แล้วก็ออกแสวงหาที่วิเวกบำเพ็ญเพียรตามอริยะประเพนีที่ครูบาอาจารย์เคยนำพาปฏิบัติมา ที่เห็นในภาพคือทางเดินในป่าขึ้นเทือกเขาชมพู อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พากันไปพร้อมภิกษุสามเณรผู้ใคร่ในการปฏิบัติ แม้จะยากลำบากขาดแคลนเพียงใดก้พยายามอดทน อดกลั้่น หวังจะได้พบพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังใจหวัง สมัยแรกจะเดินผ่านตรงนี้ทุกคนก็ต้องถือพร้าคนละเล่มเพื่อตัดวัชชะพืชที่งอกออกมาปกคลุมทางเอาไว้ แต่เมื่อเราขึ้นบ่อยใครขึ้นก็พยายามตัดออก เพราะในป่านั้นพวกต้นไม้ใบหญ้่างอกเร็วมาก หากเราไม่พยายามตัด ไม่นานหนทางก็ถูกปิดหมด แม้จะเผชิญกับอุปสัคนานาชนิด โดยเฉพาะพวกโอปปาติกะที่ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่ด้วยอำนาจแห่างธรรมก็สามารถผ่านพ้นมาได้ คราวหนึ่งบนศาลาปฏิบัีติธรรม มันกระโดดออกมาสี่ตนจากสี่ทิศมาทับพระอาจารย์ไว้ ท่านต้องใช้อำนาจแห่งพระธรรมต่อสู้ ท่านเล่าว่าพอกำหนดจิตมันกระเด็นตกศาลาไปเลย จากนั้นมามันก็ไม่มารบกวนอีก

ประถสบการภาวนา๒

เมื่อคราวบุกป่าผ่าดงดิบแห่งเขาชมพู่ติดตามพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ ไปแสวงหาสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาตามป่าเขาเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อขึ้นเขา หน้าที่ของทุกคนก็คตือเอาน้ำดื่มถือขึ้นไปด้วยทุกคน เพราะว่าแม้จะมีน้ำบนเขา แต่ก็เนื่องจากเป็นน้ำป่าอาจจะมีอันตรายอยู่ด้วยเกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆ เว้นเสียแต่ว่าจะต้องนำมาต้มให้เดือดเสียก่อนจึงฉันได้ สถานที่ภาวนาแห่งนี้ทำให้ผมได้เห็นนรกขี้เถ้าเป็นครั้งแรก โดยภายในจิตนั้นเหาะลงไปทางหลังเขาแล้วไปยังนรกขุมต่างๆที่จำได้ก็คือเมือเหาะผ่านไปมองลงไปข้างล่างเต็มไปด้วยขี้เถ้า มีความรู้ขึ้นมาว่านี่คือนรกขี้เถ้า ลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะเหาะข้ามไปดีไหมทแต่พอขยับจะเหาะข้ามปรากฏมีมือจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากขี้เถ้านั้นมาคว้ายังตัวเราเลยต้องรีบถอยหลังหนีมา นี่คตือประสบการเรื่องนรกขี้เถ้าในการมาภาวนาที่นี่ 

ประสบการภาวนาที่เขาชมพู่

เมื่อนานมาแล้วหากนับย้อนกลับไปก็ประมาณ ปี ๒๕๓๕ เมื่อพระอาจารย์พระครูประกาศพุทธพากย์ชักชวนเพื่อนสหธรรมมิกมีพระอาจารย์พระครูสิริธรรมวิเทศที่ยืนอยู่กลางในภาพ มีลุงภารโรงโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยารามที่กำลังถือด้ามจอบยืนด้านหน้า พร้อมด้วยผู้เขียนยืนอยู่ด้านหลัง ที่เรายืนอยู่เป็นพื้นที่ราบใกล้ๆศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาชมพู่ หากออกจากบริเวณตรงนี้ที่เป็นป่าดงดิบด้านหลังออกไป จะเป็นบริเวณป่าชื้น อุดมไปด้วยตัวทากดูดเลือดเป็นแสนเป็นล้านอาศัยอยู่ในป่านี้คอยดูดเลือดคนและสัตว์ที่ผ่านเข้าไป หากต้องการไปภาวนาในพื้นที่นอกจากตรงที่เราทำความสะอาดปัดกวาดดายหญ้าและเป็นพื้นดินที่แห้งตรงนี้แล้ว ต้องขึ้นไปทำห้างอยู่บนต้นไม้ เพื่อนั่งภาวนา ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะถูกทากมาดูดเลือดจนตายเดียว ส่วน้ำดื่มต้องสบายกันขึ้นไป เพราะน้ำข้างบนไม่เหมาะในการดื่ใแต่ใช้่สำหรับอาบได่ ห่างจากศาลาไปทางทิศตะวัีนตกประมาณ ๒๐ เมตร จะมีบ่อน่้ำเป็นแอ่งหิน ผู้คนเรียกบ่อน้ำนี้ว่า บ่อน้ำพระเจ้าตาก ส่วนเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากเป้นประการใดผู้เขียนก็ไม่สามารถสืบค้นนำมาเสนอได้ พระอาจารย์เล่าว่า สถานที่ปฏิบัีติธรรมบนเขาชมพู่แห่งนี้เป็นที่ร่ำลือกันมาแต่โบราณว่าเป็นสถานที่
บรรดาครูบาอาจารย์ในปางก่อนได้เคยมาอาศัยปฏิบัติธรรมแล้วได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจทุกท่าน จึงได้มาทดลองดูบ้าง ขณะนั้นได้มีหลวงตา ดร.ช่วน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลัดขิกก็มาปฏิบัติอยู่ที่นี่ด้วย ภายหลังได้บอกกับพระอาจารย์ว่า "ผมแก่แล้วขึ้นไม่ไหว ขอให้ท่านมหารับผิดชอบสถานปฏิบัติธรรมยอดเขาชมพู่ด้วยนะ" จากนั้นมาก็ได้อยู่ปฏิบัติที่นี่พร้อมพาคณะย้ายไปลองปฏิบับัติตามที่ต่างๆในเมือกเขาแห่งนี้ จนได้พบได้เห็นมีประสบการณ์น่านำมาเล่าก็คือเรนื่องเทพธิดาแห่งต้นตะเคียนใหญ่ เทพธิดาท่านนี้ได้มาสเกี่ยวข้องกับพระอาจารย์อย่าางไร ก็คือคราสวหนึ่ง พระอาจารย์พาคณะขึ้นไปปฏิบัติธรรม โดยให้เณรเอาข้าวสารขึ้นไปต้มใส่น่ำเยอะๆ แบ่งกันกิน จนข้าวหมด ยังไม่อยากลงมา ก็เลยให้เณรลงมาเอาข้าวสารคนเดียว เณรลงมาหาหลวงตาที่สำนักเชิงเขาแล้วก็เอาข้าวขึ้นไป เกิดหลงป่า ใกล้มืดค่ำเข้าทุกที ในป่าก็อุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด มี เสือ หมูป่า หมี เป็นต้นท่องเที่ยวอยู่ในป่านี้ เมื่อจนตรอกหาทางทางไปไม่ได้หลงป่าจึงอธิษฐานขอเทวดาช่วย เทพธิดาท่านนี้จึงได้นำสามเณรขึ้นไปหาพระอาจารย์โดยปลอดภัย พวกเราจึงได้ไปเยี่ยมขอบคุณท่านที่ต้นตะเคียนใหญ่ท่านสิงสถิตอยู่ มีประสบการเกี่ยวกับการภาวนามากมาย มีเวลาจะได้เล่าให้ฟังอีก

หินตา ยาย ถ้ำเม็งหยวน





หินตา ยาย ในถ้เม็งหยวน เมืองแวน สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐปรชาชนจีน