วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ธัมมานุปัสสนา ๗


โพชฌงคปัพพะ                                               ข้อกำหนดด้วยโพชฌงค์ ๗
ปุนะ จะปะรัง ภิกขะเว ภิกขุ                             ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุ
ธัมเมสุ ธัมมานุปัสสี วิหะระติ                          ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมคือ
สัตตะสุ โพชฌังเคสุ                                         โพชฌงค์ (องค์แห่งปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้ ๗ อย่าง)
กะถัญจะ ภิกขะเว ภิกขุ                                    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อย่างไรภิกษุ
ธัมเมสุ ธัมมานุปัสสี วิหะระติ                          ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรม
สัตตะสุ โพชฌังเคสุ                                         คือโพชฌงค์ ๗
อิธะ ภิกขะเว ภิกขุ                                            ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
1 สันตัง วา อัชฌัตตัง                                      อนึ่ง เมื่อสติสัมโพชฌงค์
( องค์แห่งปัญญาเครื่องตรัสรู้ คือ สติ)
สติสัมโพชฌังคัง                                             มี ณ ภายในจิต
อัตถิ เม อัชฌัตตัง                                            ย่อมรู้ชัดว่า สติสัมโพชฌงค์มี
สติสัมโพชฌังโคติ ปะชานาติ                          ณ ภายในจิตของเรา
อะสันตัง วา อัชฌัตตัง สะติสัมโพชฌังคัง       หรือ เมื่อสติสัมโพชฌงค์ไมมี ณ ภายในจิตของเรา
นัตถิ เม อัชฌัตตัง                                            ย่อมรู้ชัดว่าสติสัมโพชฌงค์ไม่มี
สะติสัมโพชฌังโคติ ปะชานาติ                                    ณ ภายในจิตของเรา
ยะถาจะ อะนุปปันนัสสะ                                 อนึ่ง สติสัมโพชฌงค์อันยังไม่เกิดขึ้น
สะติสัมโพชฌังคัสสะ อุปปาโท โหติ                ย่อมเกิดขึ้นด้วยประการใด
ตัญจะ ปะชานาติ                                             ย่อมรู้ชัดประการนั้นด้วย
ยะถาจะ อุปปันนัสสะ สะติสัมโพชฌังคัสสะ   อนึ่ง ความเจริญบริบูรณ์ของสติสัมโพชฌงค์
ที่เกิดขึ้นแล้ว
ภาวะนาปาริปูริ โหติ                                        ย่อมเป็นไปด้วยประการใด
ตัญจะ ปะชานาติ                                             ย่อมรู้ชัดประการนั้นด้วย
2 สันตัง วา อัชฌัตตัง                                      อนึ่ง เมื่อธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์
( องค์แห่งปัญญาเครื่องตรัสรู้
ธัมมะวิจะยะสัมโพชฌังคัง                              คือเลือกเฟ้นธรรม)       มี ณ ภายในจิต
อัตถิ เม อัชฌัตตัง                                            ย่อมรู้ชัดว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
ธัมมะวิจะยะสัมโพชฌังโคติ ปะชานาติ           มี ณ ภายในจิตของเรา
อะสันตัง วา อัชฌัตตัง                                     หรือ เมื่อธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ไมมี
ธัมมะวิจะยะสัมโพชฌังคัง                              ณ ภายในจิตของเรา
นัตถิ เม อัชฌัตตัง                                            ย่อมรู้ชัดว่าธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์
ธัมมะวิจะยะสัมโพชฌังโคติ ปะชานาติ           ไม่มี ณ ภายในจิตของเรา
ยะถาจะ อะนุปปันนัสสะ                                 อนึ่ง ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์อันยังไม่เกิดขึ้น
ธัมมวิจะยะสัมโพชฌังคัสสะ อุปปาโท โหติ     ย่อมเกิดขึ้นด้วยประการใด
ตัญจะ ปะชานาติ                                             ย่อมรู้ชัดประการนั้นด้วย
ยะถาจะ อุปปันนัสสะ                                      อนึ่ง ความเจริญบริบูรณ์
ธัมมะวิจะยะสัมโพชฌังคัสสะ                         ของธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ที่เกิดขึ้นแล้ว
ภาวะนาปาริปูริ โหติ                                        ย่อมเป็นไปด้วยประการใด
ตัญจะ ปะชานาติ                                             ย่อมรู้ชัดประการนั้นด้วย

ไม่มีความคิดเห็น: