วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

มังคะละสูตร 24-3-56


มังคะละสูตร
เอวัมเม สุตัง                                                     อันข้าพเจ้า(พระอานนทเถระ)ได้สดับมาแล้วอย่างนี้
เอกัง สะมะยัง ภะคะวา                                    สมัยหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน                         เสด็จประทับอยู่ ที่เชตะวันวิหาร
อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม                            อารามของท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี
อะถะ โข อัญญะตะรา เทวตา                           ไกล้เมืองสาวัตถี
อภิกกันตายะ รัตติยา                                        ครั้งนั้นแล เทพดาองค์ใดองค์หนึ่ง
อภิกกันตะวัณณา                                             ครั้นราตรีปฐมยามล่วงไปแล้ว
เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตวา              มีรัสมีอันยามยิ่งนัก
เยน ภควา เตนุปะสังกะ                                   มิยังพระเชตะวันทั้งสิ้นให้สว่าง
อุปะสังกะมิตวา ภะคะวันตัง                            พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับอยู่โดยที่ใด
อภิวาเทตวา                                                     ก็เข้าไปเฝ้าโดยที่นั้น ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว
เอกะมันตัง อัฏฐาสิ                                          จึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
เอกะมันตัง ฐิตา โข  สา เทวะตา                       ได้ยืนอยู่ ในท่ามกลางส่วนข้างหนึ่ง
ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ                      ครั้นเทพดานั้น ยืนในที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง
พหู เทวา มนุสฺสา                                          แล้วแล ได้ทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า
มังคะลานิ อจินตะยุง                                       หมู่เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก
อากังขะมานา โสตถานัง                                  ผู้หวังความสวัสดี ได้คิดหามงคลทั้งหลาย
พฺรูหิ มังคะละมุตตะมัง                                    ขอพระองค์จงเทศนามงคลอันสูงสุด
อะเสวะนา จะ พาลานัง                                    ความไม่คบคนพาลทั้งหลาย
ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา                                   ความคบบัณฑิตทั้งหลาย
ปูชา  จะ ปูชะนียานัง                                       ความบูชาชนควรบูชา
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
ปฏิรูปเทสะวาโส จะ                                        การอยู่ในประเทศอันสมควร
ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา                                การเป็นผู้มีบุญอันทำแล้วในกาลก่อน
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ                                      การตั้งตนไว้ชอบ
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ                                  การได้ฟังแล้วมาก ศิลปะศาสตร์
วินะโย จะ สุสิกขิโต                                         วินัยอันชนศึกษาดีแล้ว
สภาสิตา จะ ยา วาจา                                       วาจาอันชนกล่าวดีแล้ว
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
มาตาปิตุอุปัฏฐานัง                                         การบำรุงมารดาบิดา
ปุตตะทารัสสะ สังคะโห                                   การสงเคราะห์ลูกและเมีย
อะนากุลา จะ กัมมันตา                         การงานทั้งหลายไม่อากูล
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ                                ความให้ ความประพฤติธรรม
ญาตะกานัญจะ สังคะโห                                  ความสงเคราะห์ญาติทั้งหลาย
อะนะวัชชานิ กัมมานิ                                       กรรมทั้งหลายไม่มีโทษ
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
อาระตี วีระตี ปาปา                                          ความงดเว้นจากบาป
มัชชะปานา จะ สัญญะโม                                ความสำรวมจากการดื่มน้ำเมา
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ                                     ความไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
คาระโว จะ นิวาโต จะ                                      ความเคารพ ความไม่จองหอง
สันตุฏฐี จะ กตัญญุตา                                      ความยินดีด้วยของอันมีอยู่
อุปการะอันท่านทำแล้วแก่ตน
กาเลนะ ธัมมัสสวะนัง                                      ความฟังธรรมตามกาล
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
ขันตี จะ โสวะจัสสะตา                                    ความอดทน ความเป็นผู้ว่าง่าย
สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง                                ความเห็นสมณะทั้งหลาย
กาเลน ธัมมะสากัจฉา                                       ความเจรจาธรรมโดยกาล
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
ตะโป จะ พฺรหฺจริยัญ จะ                                  ความเพียรเผากิเลส ความประพฤติ
อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง                                 อย่างพรหม ความเห็นอริยสัจทั้งหลาย
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ                                    ความทำพระนิพพานให้แจ้ง
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ                                      จิตของผู้ใด อันโลกธรรมทั้งหลายถูกต้องแล้ว
จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ                                  ย่อมไม่หวั่นไหว
อะโสกัง วิระชัง เขมัง                                       ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม
เอตัมมังคะละมุตตะมัง                         ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด
เอตาทิสานิ กัตวานะ                                        เทพดาและมนุษย์ทั้งหลายกระทำมงคล
สัพพัตถะมะปะราชิตา                                     ทั้งหลายเช่นนี้แล้ว เป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ                               ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง
ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ                           ข้อนั้น เป็นมงคลอันสูงสุดของเทพดาและมนุษย์
ทั้งหลายเหล่านั้นแล

ไม่มีความคิดเห็น: